เว็บบอร์ดโซล่าเซลล์ไทยแลนด์ โซล่าปั้ม โซล่ารูฟท็อป Solar cell กังหันลมผลิตไฟฟ้า  พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
JA Solar ส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ PERC ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ให้โครงการโรงไฟฟ้าขนาด 250 เมกะวัตต์ในอิสราเอล

ปักกิ่ง--12 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
JA Solar Holdings Co., Ltd. (NASDAQ-NMS: JASO) ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกาศว่า บริษัทได้ส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ให้แก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ashalim ขนาด 250 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าระดับสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่สุดในอิสราเอลที่ใช้โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ PERC ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ของ JA Solar
โครงการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัทไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ Electricite De France S.A. (EDF) และบริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอิสราเอล Clal Sun Ltd. โดยมีบริษัท BELECTRIC ผู้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงผู้ให้บริการ EPC และ O&M รับหน้าที่เป็นผู้ก่อสร้างโครงการ เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงการนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสราเอลและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก โดยจะช่วยลดระดับการปนเปื้อนและส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่กลางทะเลทรายเนเกฟ โดยประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแสงอาทิตย์ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 35 เมกะวัตต์ ได้เชื่อมกับระบบจำหน่ายไฟไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 และ JA Solar เป็นผู้เดียวที่รับหน้าที่จัดหาโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงเทคโนโลยี PERC ทั้งนี้ JA Solar ถือครองสิทธิบัตรหลักของเทคโนโลยี PERC ที่ทำให้โมดูลมีอัตราการเสื่อมสภาพจากแสงลดลง นอกจากนั้นยังมีประสิทธิภาพการทำงานสูงท่ามกลางทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงและต่ำสุดขั้ว รวมถึงมีรังสีอัลตราไวโอเลตเข้มข้น ซึ่งประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นเครื่องรับประกันศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

คุณเฉา ป๋อ รองประธานบริษัท JA Solar กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง EDF, Clal Sun และ BELECTRIC เพื่อพัฒนาตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในอิสราเอล ซึ่ง JA Solar ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอคุณค่าให้แก่ตลาดอิสราเอล ทั้งยังแสดงถึงนวัตกรรมทางเทคนิคที่มาพร้อมโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงของเรา เราตั้งตารอที่จะร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับโลก ตลอดจนตอบสนองความต้องการของพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลกด้วยบริการและผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงสุด"

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
Sun Xiaorui
โทร.+86-10-63611888 ต่อ 1698
อีเมล: bj.sunxr(at)jasolar.com

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/anpi/2781166
22
TPCH กดปุ่มสตาร์ทโรงไฟฟ้าชีวมวล “สตูล กรีน เพาเวอร์” ตั้งเป้ารายได้ปี 61 ขยายตัว 30%กำลังการผลิตแตะ 200 MW ภายในปี 63

หัวเรือใหญ่ TPCH "กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี" กดปุ่มสตาร์ทเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าชีวมวล "สตูล กรีน เพาเวอร์" ขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว ปักหมุดปี 2561 รายได้โต 30% จากปี 2560 ย้ำเป้าหมายกำลังการผลิตแตะ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 เดินหน้าท้าลุย!!! ร่วมประมูลโครงการ VSPP Semi Firm มั่นใจพร้อมเกินร้อยคาดคว้างานใหม่ได้แน่นอน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่าโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลสตูล กรีน เพาเวอร์ (SGP) กำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล เดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่เสนอขายไฟแล้วทั้งสิ้น 60 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE),โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG ) โรงไฟฟ้าชีวมวล พัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP) และโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างทั้งสิ้น 49 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น 10 เมกะวัตต์ รวมโครงการทั้งสิ้น119 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันยังคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายที่วางไว้

" สตูล กรีน เพาเวอร์ เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 6 ที่บริษัทฯ เดินเครื่องจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตในทิศทางที่ดีอย่างสม่ำเสมอและในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ VSPP Semi Firm ด้วย จากประสบการณ์ทำงานและความพร้อมก็คาดว่าน่าจะได้รับงานดังกล่าวอย่างแน่นอน" นางกนกทิพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนที่จะยื่นประมูลโครงการ VSPP Semi Firm ที่จะเปิดประมูลจำนวน 280 เมกะวัตต์ โดยจะยื่นประมูลประมาณ 80-100 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเข้ายื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ของ อบจ.นนทบุรี กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมทั้งด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากชนะการประมูลโครงการดังกล่าวจะสามารถก่อสร้างได้ทันทีและส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคตอีกด้วย

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/prg/2781026
23


"QTC" คว้างานขายหม้อแปลงไฟฟ้าต่างประเทศ 100 ล้านบาท หนุนงานในมือขยับเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด

นายเรืองชัย กฤษณเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทฯได้มีการทำการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์หม้อแปลง ไฟฟ้าล่าสุดมีออเดอร์จากประเทศแถบเอเชีย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 300 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากต่างประเทศ 100 ล้านบาท และอีก 200 ล้านบาทเป็นยอดขายจากในประเทศ และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด

"ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงในปี 2561 บริษัทฯได้มีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปและเอเชีย โดย QTC เน้นกลยุทธ์บุกตลาดใหม่เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานระดับสากล แข่งขันได้ในทุกตลาดของโลก รวมถึงการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย"

Learn More
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีการศึกษาแผนการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศลาว ที่ได้มีการลงนาม MOU กับบริษัทเอกชนในประเทศลาวในช่วงก่อนนี้ จำนวน 2 เขื่อน มีกำลังผลิตไฟฟ้า 164 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะศึกษาเสร็จในช่วงปลายปี 2561 นี้

สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ L Solar กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี คาดว่าปี2561 จะมีรายได้ประมาณ 140 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯมั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทฯจะมีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวอย่างแน่นอน
24
ชาวเขาเผ่าม้ง จ.ตาก ร้องไม่มีไฟฟ้าใช้นาน 20 ปี แจ้งหน่วยงานตั้งแต่ปี 47

http://news.ch7.com/detail/271629
25


เดือดร้อนหนัก! ชาวม้งบ้านวังน้ำเย็น จ.ตาก ใช้ชีวิตไร้ไฟฟ้านาน 20 ปี
ชาวบ้านบ้านวังน้ำเย็น ม.8 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เป็นชาวเขาเผ่าม้งที่อพยพมาจากถ้ำกระบอก จ.สระบุรี มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี พ.ศ2540 ร้องเรียน ถึงปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ พร้อมประชุมชาวบ้านประมาณ ม321 หลังคาเรือน เพื่อนำเสนอปัญหาไปยังผู้เกี่ยวข้อง ณ อาคารเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน

โดยหลังจากประชุมแล้วเสร็จ ชาวบ้านวังน้ำเย็นรวมตัวกันกลางหมู่บ้านเพื่อเรียกร้องเพื่อขอใช้ไฟฟ้า และเป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เห็นความสำคัญกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน

นายสุริยัน ทิพย์สุวรรณ นายกอบต.นาโบสถ์ กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2540 ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ได้ถูกอพยพย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดสระบุรี และจังหวัดต่างๆ เข้าจับจองพื้นที่ จนกระทั่งในปี พ. ศ. 2547 ราษฎรประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ และได้รับความเดือดร้อน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน กลางคืนไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า เด็กๆนักเรียนที่กลับจากโรงเรียนต้องทำการบ้าน โดยอาศัยไฟตะเกียงและไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้ความสว่างยามค่ำคืน

ส่วนโรงเรียนบ้านวังน้ำเย็น ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็น มีเด็กนักเรียน จำนวน 189 คน ต้องรวมไปถึงสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากเช่น สื่อการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม และคอมพิวเตอร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 30 เครื่อง ไม่เคยได้เปิดใช้งาน เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและแผงโซล่าเซลล์ที่โรงเรียนมีกำลังไฟไม่เพียงพอต่อการใช้คอมพิวเตอร์แต่ละครั้ง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนของโรงเรียนเพราะกระแสไฟตก





ทั้งนี้เมื่อปี 2547 มีการประชาคมในหมู่บ้านและยื่นเรื่องเสนอขอไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็น หนังสือรายงานดังกล่าวไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตาก แต่เนื่องจากติดปัญหา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่า ประดาง-วังเจ้า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตากจึงจัดสรรงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์แผงโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่มอบให้ชาวบ้านบ้านวังน้ำเย็นได้ใช้เป็นบางส่วนเพื่อบรรเทาปัญหา

เนื่องจากโครงการขยายเขตไฟฟ้ายังไม่สามารถเข้าถึงหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นได้เนื่องจากในการเข้าดำเนินโครงการปักเสาพาดสายไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประดาง-วังเจ้า แต่หมู่บ้านวังน้ำเย็นมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเดิมมี 100 กว่าหลังคาเรือน ปัจจุบันมีการสำรวจใหม่อีกครั้งซึ่งปัจจุบันมีถึง 321 ครัวเรือน ประชากร ประมาณ 2,000 คน ซึ่งถือว่าหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ลำพังแผงโซล่าเซลล์ไม่เพียงพอ

ที่มา
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_752580
26


กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)
http://www.dpim.go.th/
ตั้งเป้าส่งเสริมและพัฒนาของเสียเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนด้านแร่ โลหะ และสารประกอบโลหะ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม การสร้างการมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ เปิดเผยว่า นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมไทย 4.0 กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการปรับโครงสร้างกระทรวงอุตสาหกรรมที่เน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม การสร้างการมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กพร.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานในฐานะที่เป็นหน่วยงานจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ วัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย และวัตถุดิบขั้นสูงที่เป็นแร่ โลหะ สารประกอบโลหะชั้นคุณภาพสูง เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ดังกล่าวจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบตั้งแต่ที่เป็นแร่ โลหะ สารประกอบจากแร่และโลหะที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพสูง มีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

เรื่องของวัตถุดิบทดแทนที่มาจากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย กพร.ได้ให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อแยกสกัดแร่และโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน หรือที่เรียกกันในหลายประเทศว่า "การทำเหมืองแร่ในเมือง" โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำขยะ วัสดุเหลือใช้ รวมถึงผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ลดหารใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ลดการเกิดขยะและปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนสู่ Zero Waste Society โดยอาศัยจุดแข็งของกรมฯ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแต่งแร่ และด้านเทคโนโลยีโลหการ ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีรีไซเคิล ร่วมดำเนินงานกับที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้วัสดุเหลือใช้และกากของเสียที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเฉลี่ย 50 ล้านตันต่อปี กลายเป็นวัตถุดิบด้านแร่ โลหะ และพลังงานทดแทนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจากการติดตามประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาจากผู้ประกอบการที่ได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีรีไซเคิลจาก กพร. พบว่า ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศจากการลงทุนและการรีไซเคิลของเสียเป้าหมาย 100-130 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบัน กพร.มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขยะหรือของเสียรวม 69 ชนิด โดย 39 ชนิดได้พัฒนาเป็นเทคโนโลยีรีไซเคิลต้นแบบของ กพร. ซึ่งมีศักยภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

และภายในเดือนสิงหาคม 2561 กพร.จะเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลของรัฐแห่งแรกของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และขยายผลไปสู่โรงงานต้นแบบ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล และการจัดการมลพิษที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการ โดยจะสามารถรองรับการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีรีไซเคิลให้แก่ผู้ประกอบการทั้งใน Lab scale และ Pilot scale ได้ไม่น้อยกว่า 200 รายต่อปี

เมืองไทยมีขยะและของเสียเฉลี่ย 50 ล้านตันต่อปี เป็นของเสียจากครัวเรือน 25-26 ล้านตันต่อปี โดยมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ในประเทศเฉลี่ย 70-75% ซึ่งหากสามารถเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของเสียครัวเรือนและอุตสาหกรรมได้อีก 10% และมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขยะหรือของเสียที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรตั้งแต่กิจกรรมกระบวนการที่ก่อให้เกิดของเสีย กระบวนการคัดแยก การจัดเก็บรวบรวม การขนส่ง การรีไซเคิล การบำบัด และการกำจัด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลในประเทศ คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มในประเทศจากการลงทุน นำของเสียเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยกุญแจสำคัญ คือ การสร้างความร่วมมือแบบ 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ด้วยนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เราสามารถเปลี่ยนขยะหรือของเสียดังกล่าวให้เป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนที่สำคัญ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตของประเทศได้ดังเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งหลายประเทศไม่มีแหล่งแร่ธรรมชาติ เป็นเป้าหมายในอนาคตของประเทศได้ ซึ่งหลายประเทศไม่มีแหล่งแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ลดการเกิดขยะและปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนสู่ Zero Waste Society.


อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2782569
27

สินเชื่อก้อนใหม่ 5 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.จับลูกค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ล่าสุด ธ.ก.ส.ได้ปล่อยสินเชื่อหนึ่งเอสเอ็มอี หนึ่งตำบล ไปแล้ว 62,000 ล้านบาท และในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ จะปล่อยสินเชื่อครบทุกตำบลรวมเป็นเงิน 72,000 ล้านบาท จึงจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ธ.ก.ส. ขยายโครงการออกไปอีก 3 ปี เพื่อปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีภาคเกษตรวงเงินก้อนใหม่ 50,000 ล้านบาท และจากเดิมปล่อยกู้ 10 ล้านบาทต่อราย เพิ่มเป็น 20 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เนื่องจากมีกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ยังต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม

บอร์ด ธ.ก.ส.ยังเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว เพื่อส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์ หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) ได้มาตรฐานรับรอง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด การอนุรักษ์ทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ วงเงิน 5,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายคนคิด 6% ต่อปี และลูกค้าสถาบัน MLR-0.5% หรือ 4.5% ปล่อยสินเชื่อได้ถึงปี 2564 และหลังจากที่ ธ.ก.ส.ได้ ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ภายใต้โครงการชำระดีมีคืน ธ.ก.ส.ยังมียอดต้นเงินคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ค.2560 วงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท จำนวน 2.3 ล้านราย รวม 220,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต่อได้ที่:
https://www.thairath.co.th/content/1204900
28


"โซล่าเซลล์" ใครว่ายาก !! LED Expo Thailand 2018 ขอเรียนเชิญเข้าร่วมสัมมนาฟรี !! เรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโซล่าเซลล์ ตั้งแต่วิธีติดตั้งแผงโซล่าเซลล์รูฟท็อปด้วยตัวเอง สู่การประยุกต์ใช้โซล่าเซลล์เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน
โดย อ. ไก่ วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์
ชมรมพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตรและเทคโนโลยี
(at)REATClub
ลงทะเบียนสัมมนา >>> https://goo.gl/forms/6kuOyW7gidNSyA5g1

ภายในงาน LED Expo Thailand 2018 วันที่ 10-12 พ.ค 61 ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
02 833 6341 I siwapornk(at)impact.co.th
www.ledexpothailand.com

FREE !!! Solar cell Conference at LED Expo Thailand 2018
- Basic knowledge of solar cell
- Solar rooftop
- Solar panels for farms and sustainable agriculture
(conducted in Thai)

Register >>> https://goo.gl/forms/6kuOyW7gidNSyA5g1

10 - 12 May 2018, CHALLENGER 1, IMPACT Exhibition Center, Bangkok, Thailand
More information:
+66 (0) 2 833 6341 I siwapornk(at)impact.co.th
www.ledexpothailand.com
29


RATCH ลุยลงทุน 2.5 หมื่นล้าน เตรียมปั้นบริษัทลูกแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนในโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว 15,000 บาท และโครงการใหม่อีก 10,000 ล้านบาท รวมประมาณมากกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งวางแผนจะใช้ทั้งเงินสดคงเหลือในกิจการและเงินทุนจากตลาดการเงิน

โดยปี 2561 บริษัทมีแผนลงทุน 3 ธุรกิจ คือ ผลิตไฟฟ้า โครงสร้างและสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเชื้อเพลิง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการที่สนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะลงทุน 6 โครงการ รูปแบบการลงทุนจะเพิ่มน้ำหนักการซื้อกิจการหรือโครงการที่ดำเนินการแล้ว ตั้งเป้าไว้ที่ 370 เมกะวัตต์ เพื่อให้มีรายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมั่นคงยิ่งขึ้น ส่วนการลงทุนแบบกรีนฟิลด์จะยังดำเนินการต่อเนื่องและคาดหมายเพิ่มการลงทุนให้ได้ 500 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งปัจจุบันอยู่ที่ 7,380 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 8,250 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนแยกบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ออกมาบริหารโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 100-200 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายในปี 2566 จะมีกำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งมีแผนนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อดีข้อเสีย



ส่วนกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ที่จะเดินเครื่องในปีนี้ มี 2 โครงการในออสเตรเลีย คือ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Collinsville กำลังผลิตติดตั้งตามการถือหุ้น 34 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดจะเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในเดือนก.ค.นี้ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mount Emerald กำลังผลิตติดตั้งตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเดือนก.ย.นี้ ส่งผลให้กำลังผลิตเชิงพาณิชย์รวมของบริษัทเพิ่มเป็น 6,674 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปี 2560 แม้บริษัทมีกำไร 6,107 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% จากปีก่อนมีกำไร 6,166 ล้านบาท แต่ถือว่ายังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา
www.khaosod.co.th/economics/news_754753
30
รายงานตัวครับ
ปราวิล   เทียงเล (วิล)099-7419450 ชลบุรี
wiltieng(at)gmail.com
 
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10