เว็บบอร์ดโซล่าเซลล์ไทยแลนด์ โซล่าปั้ม โซล่ารูฟท็อป Solar cell กังหันลมผลิตไฟฟ้า  พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21


บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ โชว์ความสำเร็จ เดินหน้า COD โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3

บี.กริม เพาเวอร์ 'BGRIM' หนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชน ทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตามสัญญาให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จำนวน 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา
          นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 'BGRIM' เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลลิ่ง) เพิ่มเติมให้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่ออัพเดตความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3 ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง ตำบลมาบยางพร อำภอเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ขนาดกำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ สามารถเริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้นทุนในการก่อสร้างต่ำกว่างบประมาณวางไว้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่าทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้านบาท
          ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้ บี.กริม เพาเวอร์ 'BGRIM' มีโรงไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 31 โครงการ โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 13 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 1,779 เมกะวัตต์ ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมชั้นนำที่ให้ความไว้วางใจ 'BGRIM' ด้วยระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ รองรับความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมรองรับการขยายตัวเขตพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ 'BGRIM' สามารถเติบโตและเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน นางปรียนาถ กล่าว
 
 
บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 3 จำกัด
   เปิดดำเนินการเเล้ว
ประเภทโรงงาน   โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
กำลังการผลิตไฟฟ้า   133 เมกะวัตต์
กำลังการผลิตไอน้ำ   30 ตัน/ชั่วโมง
ผู้รับเหมา (EPC)   Sumitomo Corporation, Toshiba Plant Systems
ทำเลที่ตั้ง   นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

ที่มา
http://www.bgrimmpower.com/th/power-plants/conventional/12/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0-%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-3-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94
22
Exxon Mobil Corporation is an American multinational oil and gas corporation headquartered in Irving, Texas. It is the largest direct descendant of John D. Rockefeller's Standard Oil Company,[2] and was formed on November 30, 1999 by the merger of Exxon (formerly the Standard Oil Company of New Jersey) and Mobil (formerly the Standard Oil Company of New York).

The world's 10th largest company by revenue, ExxonMobil is also the seventh largest publicly traded company by market capitalization. The company was ranked ninth globally in the Forbes Global 2000 list in 2016. ExxonMobil was the second most profitable company in the Fortune 500 in 2014.

ExxonMobil is the largest of the world's Big Oil companies, or supermajors, with daily production of 3.921 million BOE (barrels of oil equivalent); but significantly smaller than a number of national companies. In 2008, this was approximately 3 percent of world production, which is less than several of the largest state-owned petroleum companies. When ranked by oil and gas reserves, it is 14th in the world—with less than 1 percent of the total. ExxonMobil's reserves were 20 billion BOE at the end of 2016 and the 2007 rates of production were expected to last more than 14 years. With 37 oil refineries in 21 countries constituting a combined daily refining capacity of 6.3 million barrels (1,000,000 m3), ExxonMobil is the largest refiner in the world, a title that was also associated with Standard Oil since its incorporation in 1870.

ExxonMobil has been criticized for its slow response to cleanup efforts after the 1989 Exxon Valdez oil spill in Alaska, widely considered to be one of the world's worst oil spills in terms of damage to the environment. ExxonMobil has a history of lobbying for climate change denial and against the scientific consensus that global warming is caused by the burning of fossil fuels. The company has also been the target of accusations of improperly dealing with human rights issues, influence on American foreign policy, and its impact on the future of nations.

https://en.wikipedia.org/wiki/ExxonMobil
23



เอ็กซอน โมบิล คาดความต้องการพลังงานทดแทนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 4.5% ภายในปี 2583

เอ็กซอน โมบิล ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐ คาดการณ์ว่า ความต้องการพลังงานทดแทนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 4.5% ภายในปี 2583 ขณะที่ความต้องการน้ำมันต่อปีจะปรับตัวลงเล็กน้อย

เอ็กซอน โมบิล เปิดเผยในรายงาน "Energy & Carbon Summary: Positioning for a Lower-Carbon Future and its Outlook for Energy: A View to 2040" โดยระบุว่า ความต้องการน้ำมันและถ่านหินทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง 0.4% และ 2.4% ต่อปี ตามลำดับ ขณะที่ความต้องการก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น 0.9% ต่อปี

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรทั่วโลก และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้น จะผลักดันให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นราว 25% ในช่วงปี 2559-2583 สำนักข่าวซินหัวรายงาน

ที่มา :
http://www.ryt9.com/s/iq30/2777313
24
Australia Unveils The World's Biggest Battery Ever Activated and Now Functioning


TOP STORIES====
Elon Musk Makes A Battery Bid To Save South Australia's Power.
Have a look at World's largest lithium ion battery.
Tesla turns on lithium ion battery in Australia.
South Australia unveils world's largest lithium-ion battery to feed its grid.
Tesla activates world's biggest battery.
Tesla CEO, Elon Musk, Delivers on Installing a Giant Battery in Southern Australia.
Tesla finishes mega battery in South Australia.
Tesla turns on world's biggest lithium-ion battery.

Watch the video to see all these and many more...

Don't forget to subscribe for upcoming videos - Richard Aguilar
26


เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. รัฐบาลท้องถิ่นรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เปิดแผนปรับพลังงานให้บ้านเรือนกว่า 50,000 หลังคาเรือนในรัฐผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ โดยการนำของนายอีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัทเทสลา ว่าจะนำแผงโซลาร์เซลส์และแบตเตอร์รีของเทสลาไปติดตั้งตามบ้านเรือนประชาชน สนับสนุนพลังงานสะอาดและประหยัดค่าไฟให้ประชาชน

นายเจย์ เวตเธอริลล์ มุขมนตรีรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลสร้างแบตเตอร์รีไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว (คลิปด้านบน) และตอนนี้กำลังจะสร้างโรงไฟฟ้าที่จับต้องได้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าและส่งเข้าสู่ระบบสายส่งของรัฐ นอกจากนี้บ้านที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนในการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ราคาถูกลง

ในขั้นต้นทางการเซาท์ออสเตรเลียเล็งที่จะเริ่มทดลองกับที่อยู่อาศัยที่มาจากโครงการของรัฐ 1,100 แห่ง ด้วยแผงโซลาร์ กำลังผลิตไฟฟ้า 5 กิโลวัตต์ พร้อมกับใช้แบตเตอรี่ของเทสลา และในระยะต่อไปก็จะขยายติดแผงโซลาร์ไปยังบ้านจากโครงการรัฐอีก 24,000 แห่ง ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า


ด้านบริษัทเทสลาระบุว่าโครงการนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้ 250 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันก็สามารถสำรองไฟไว้ในแบตเตอรีได้ถึง 650 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง


แบตเตอรี่เก็บพลังงานไฟฟ้าจากเทสล่าใกล้กับเมืองเจมส์ทาวน์ เซาท์ออสเตรเลีย/ภาพ Andrew Burch abc.net.au
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายโครงการนี้รัฐบาลเซาท์ออสเตรเลียจะสนับสนุนเป็นจำนวนเงินประมาณกว่า 52 ล้านบาท และผ่านการจำหน่ายพันธบัตรอีกราวกว่า 74 ล้านบาท  ถือว่าเป็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน โดยปัจจุบันออสเตรเลียผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นหลักถึงร้อยละ 60 ส่วนพลังงานทดแทนอยู่ที่ร้อย 14 เท่านั้น
27
จากนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน รวมถึงคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี 2015) จากเดิม 20% เป็น 40% เป็นผลให้แผนพีดีพี 2015 ฉบับใหม่ ต้องไปปรับลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติและถ่านหินลงมา
    ทำให้กระทรวงพลังงานต้องพิจารณาปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยาวของประเทศ (พีพีดี 2015) โดยจะมีการปรับสัดส่วนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในแผน PDP 2015 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดรับกับความต้องการของท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการส่งเสริมพลังงานทดแทนหรือพลังงานหมุนเวียมากขึ้น
    ซึ่งตามแผนพีดีพีฉบับปัจจุบัน PDP 2015 ได้พยากรณ์ไว้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2558-2579 ไว้ที่ระดับ 49,655 เมกะวัตต์ และกำหนดแผนกำลังผลิตไฟฟ้าไว้ที่ 70,335 เมกะวัตต์ และกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในปี 2579 จากโรงไฟฟ้าก๊าซอยู่ที่ 30-40%, โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด 20-25%, รับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศ 15-20%, พลังงานหมุนเวียน 15-20% และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 0-5% 
    และคาดการณ์ว่าในไตรมาสแรกของปี 2561 กระทรวงพลังงานจะสามารถบรรจุโรงไฟฟ้าในแผน PDP ฉบับใหม่เสร็จ และจะเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 และคาดจะประกาศใช้แผน PDP ฉบับใหม่ได้กลางปี 2561 ต่อไป
    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับกันว่าการใช้การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน เป็นโรงไฟฟ้าหลักของประเทศที่ส่งไปเลี้ยงในทุกพื้นที่ เนื่องจากคุณสมบัติที่มีปริมาณที่คงที่และระยะยาว จึงทำให้สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นลม หรือแสงอาทิตย์ หรือแม้กระทั่งกลุ่มชีวมวลนั้น จะมีเพียงพอกับความต้องการใช้หรือไม่
    เริ่มจากพลังงานลม ก็มีข้อจำกัดในหลายด้าย อาทิ ในเรื่องของสถานีและปริมาณลม ซึ่งจำเป็นต้องเลือกสถานที่ที่มีลมและความเร็วที่พัดอย่างสม่ำเสมอ ในด้านการลงทุนค่อนข้างสูงมาก แต่ในด้านการผลิตไฟฟ้าจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ที่ปริมาณของกระแสลมที่พัดมา รวมถึงด้านการบริหารจัดการระบบก็มีความยุ่งยากมาก   
    ส่วนแสงอาทิตย์ 100% เป็นพลังงานบริสุทธิ์ ไม่มีมลพิษทั้งด้านแสง สี เสียง แต่ก็มีข้อจำกัดด้านของขนาดพื้นที่ต้องมีขนาดใหญ่ ไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้นผันแปรไปตามสภาพอากาศ บางวันอาจเมฆเยอะ ฝนตกตลอดเวลา ก็ไม่สามารถผลิตไฟ และระยะเวลาที่ผลิตได้เฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดเท่านั้น ที่สำคัญไม่สามารถกักเก็บได้ นอกจากนี้แล้ว ต้นทุนการผลิตทุน ทั้งในด้านการติดตั้งและอุปกรณ์ในการติดตั้ง และการบำรุงการรักษาด้วย
    ยังไม่รวมกลุ่มชีวมวลที่เป็นเศษเหลือใช้จากการเกษตรที่มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ ดูได้จากแกลบ หรือเศษไม้ยางพารา ที่สมัยก่อนมีการผลักดันกันอย่างล้นหลามให้มีการใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยมีอายุสัญญา 20-25 ปี แต่สุดท้ายเมื่อมีไม่เพียงพอก็เกิดการแย่งซื้อกัน
    และการที่รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 หรือแม้กระทั่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ พลังงานไฟฟ้าถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ทุกเป้าหมายของรัฐบาลก้าวไปสู่ความสำเร็จ
    ดังนั้น การสั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือแม้กระทั่งโรงไฟฟ้ากระบี่เองก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานและการลงทุน การจะคัดค้าน ก็ควรที่จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
    และต้องกลับไปทบทวนทั้งฝ่ายที่คัดค้านและฝ่ายที่สนับสนุนนั้น ขอให้กระทำบนพื้นฐานของความเป็นจริง การรับฟังข้อมูลต้องคิดพิจารณาด้วยว่า เรื่องนั้นมีความจริงเท็จเท่าไหร่ และในส่วนของคนที่เปิดเผยข้อมูลก็ควรที่จะเปิดให้หมด ไม่ใช่ดึงเฉพาะสิ่งที่เสียหายมาบอกเล่าเท่านั้น เพราะการกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการทำลาย ดึงประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง.

ที่มา
http://www.thaipost.net/main/detail/2470
28


หลังจากพลังงานสะอาดจากแผงโซล่าเซลล์ เป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้มากขึ้น ได้เกิดผลดีทั้งในแง่ของการลดการใช้พลังงาน และการประหยัดต้นทุนในการใช้ไฟฟ้าได้ แต่แผงโซล่าเเซลล์มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี โดยแผงโซล่าเเซลล์ มีทั้งส่วนที่ไม่เป็นอันตราย และส่วนที่เป็นโลหะหนักที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง “สมชัย รัตนธรรมพันธ์” อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาฯ ได้ระบุว่า ขยะโซล่าเเซลล์มีปัญหาเช่นเดียวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หากกำจัดโดยการเผา ก็ต้องสูญเสียทั้งพลังงานและงบประมาณ และยังสร้างสารคาร์บอนไดออกไซด์และไดออกซิน หากนำไปฝังกลบก็จะเกิดการแพร่กระจายของโลหะหนัก ทั้งตะกั่วและแคดเมียมตามดินและแหล่งนํ้าธรรมชาติ จนอาจเกิดวิกฤติสูญเสียแหล่งอาหารและนํ้าในอนาคต

MP26-3338-3Bตัวเลขจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปี 2559 พบว่าการติดตั้งแผงโซล่าเเซลล์ของภาคเอกชนแบบลานกว้างเพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบมีประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ และประชาชนมีความสนใจติดตั้งบนหลังคาบ้านเพิ่มขึ้น จากราคาแผงที่เริ่มปรับลดลง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนราชการ ให้ติดตั้งแผงโซล่าเเซลล์เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้า และยังมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเเซลล์) จำนวน 6,000 เมกะวัตต์ ในปี 2579 ทำให้มีการประเมินว่า ปริมาณซากแผงโซล่าเเซลล์ สะสมตั้งแต่ปี 2545-2559 อยู่ที่ 388,347 ตัน หรือคิดเป็น 12.9 ล้านแผง และปริมาณซากสะสมถึงปี 2563 อยู่ที่ 551,684 ตัน หรือ 18.38 ล้านแผง ที่ต้องกำจัด

อย่างไรก็ตาม แผงโซล่าเเซลล์ มีแร่ต่างๆ ที่สามารถสกัดนำมารีไซเคิลสร้างมูลค่าได้ ทั้งซิลิคอนและเงิน แต่การลงทุนรีไซเคิล หากปริมาณขยะไม่มากพอ ก็อาจจะไม่คุ้มทุน

จากกรณีศึกษาจากประเทศในยุโรปและญี่ปุ่น พบว่าให้ความสําคัญกับการกําจัดของเสียเหล่านี้และออกกฎหมายควบคุมดูแลอย่างชัดเจน เพื่อลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มคุณภาพและการสกัดโลหะหายากในของเสียเหล่านี้ และป้อนกลับสู่อุตสาหกรรมอีกครั้ง ทําให้วัตถุดิบมีราคาที่เสถียรภาพ และมีปริมาณที่เพียงพอ โดยถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญต่อความมั่นคงของประเทศ (National Security)

ขณะนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้จัดทำแผนแม่บทการจัดการซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์:เซลล์แสงอาทิตย์(โซล่าเเซลล์) เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการซากแผงโซล่าเเซลล์ ที่หมดอายุ ซึ่งปัจจุบันวิธีทำลาย ยังคงใช้วิธีฝังกลบดีที่สุด เพราะยังไม่มีทางเลือกอื่น แม้ว่าการนำมารีไซเคิลจะเป็นวิธีที่ดีกว่า แต่ยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จนกว่าจะเห็นว่ามีแผงโซล่าเเซลล์หมดอายุที่มากพอ



ขั้นตอนในการบริหารจัดการแผงหมดอายุ มีขอบข่ายที่ครอบคลุมกว้างขวาง โดยจะเริ่มตั้งแต่การผลิตแผง การขนส่งและติดตั้ง การใช้งาน การเก็บรวบรวม การรีไซเคิล และการกําจัด ดังนั้น จึงมีความเกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่างๆ จํานวนมาก เริ่มต้นจากหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่กํากับดูแล ได้แก่ สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมควบคุมมลพิษ จนถึงภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ติดตั้ง เจ้าของโรงงาน ผู้รวบรวมหรือคัดแยก ผู้รีไซเคิล ที่จําเป็นจะต้องมีข้อหารือร่วมกัน อาทิ ปริมาณของเสียในปัจจุบันและการจัดการของเจ้าของแผง ผู้รวบรวมควรจะเป็นใครระหว่างผู้ผลิต ผู้ขาย หรือร้านขายของเก่า ผู้รีไซเคิลสามารถใช้หรือสกัดได้เองในประเทศ หรือส่งออกได้หรือไม่และภาครัฐจะทําอย่างไรเพื่อส่งเสริมให้เกิดการรีไซเคิลสูงสุด

รายละเอียด
http://www.thansettakij.com/content/257088?ts
29
กำหนดการ

พุธ 28 กพ. 2561

08.30-12.00 ความปลอดภัยในการทำงาน
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)
13.00-13.30 พิธีเปิดฝึกอบรม
โดย
ผู้อำนวยการพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร
เป็นประธาน ในพิธีเปิด

13.30-14.30
ทฤษฎีไฟฟ้า
นายจักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

14.30-17.30 เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น
อาจารย์จักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

พฤหัส 1 มีค. 2561

08.30-12.00 ความรู้เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานทดแทน
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)

13.00-15.00 ประวัติและความเป๋นมาของ โซล่าเซลล์
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)

15.00-17.30 ปั้มน้ำของระบบโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร

ศุกร์ 2 มีค. 2561

08.30-12.00 เทคนิคการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ร่วมกับ ปั้มน้ำของระบบโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)
อาจารย์จักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

13.00 - 16.00 การตรวจซ่อมและบำรุงรักษาระบบโซล่าเซลล์ และ กล้องวงจรปิด
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)
อาจารย์จักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

16.00 - 17.30 การวัดผล
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)
อาจารย์จักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

เสาร์ 3 มีค. 2561
09.00-16.00 ติดตั้งโซล่าเซลล์ มอบให้ สนพ.สมุทรสาคร
ควมคุมโดย
อาจารย์วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ (อ.ไก่)
อาจารย์จักรพงษ์ งามเลิศวงศ์ถาวร (อ.หนึ่ง)

หมายเหตุ รับประทานอาหารกลางวัน
12.00-13.00

กำหนดการอาจจะเปลี่ยนแปลงตาม สภาพอากาศ
30
การเดินทางไป สนพ.สมุทรสงคราม



แผนที่เดินทาง
https://goo.gl/maps/NzeCUHZ7S1v

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน สมุทรสาคร (มหาชัย)
59/4 บ้านพันธุวงษ์ หมู่1, ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร, 74000 ตำบล บ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร สมุทรสาคร 74110 
034 429 530
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10