เว็บบอร์ดโซล่าเซลล์ไทยแลนด์ โซล่าปั้ม โซล่ารูฟท็อป Solar cell กังหันลมผลิตไฟฟ้า  พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - mrkai999

หน้า: [1] 2 3 ... 16
2


22-23 กค 2560 สัมมนาการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับนักบริหาร (at)ADSEC คลองหลวง ปทุมธานี










ภาพทั้งหมด
https://photos.app.goo.gl/xU0zQ8a2iuSEz9tD3

3


น้ำมันยางนา มาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล พิมาน อ.นาแก
คลิป
https://www.youtube.com/watch?v=je9hD2WV_7A


นครพนม 24 ก.ค.-อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม โชว์ผลงานวิจัยนำน้ำมันยางนามาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล เป็นแบบอย่างให้เกษตรกร เดินตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 สอดคล้องนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

รถไถนาเดินตาม ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลพิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันยางนา ทดแทนน้ำมันดีเซลได้ 2 ปีแล้ว เริ่มแรกทดลองผสมกับน้ำมันดีเซลร้อยละ 50 ก่อนใช้น้ำมันยางนาร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาต่อมา โดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆ และไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ โดยกำลังไม่ตก และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องยนต์ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้ถึงเท่าตัว เป็นงานวิจัยที่ อบต.พิมาน ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ขณะนี้กำลังวิจัยต่อยอดเพื่อนำไปใช้กับเครื่องยนต์อื่น และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ต้นยางนาที่เจาะเอาน้ำมันได้ มีอายุราว 15-20 ปี ปัจจุบันมีอยู่ในป่าชุมชนดอนย่านาง บ้านพิมานกว่า 300 ต้น บางต้นอายุ 200-300 ปี วิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการนำสว่านไฟฟ้าเจาะลงไปในเนื้อยางนา ความลึกราว 10-20 เซนติเมตร จากนั้นใช้ขวดพลาสติก ที่ต่อกับจุกสายยางเสียบเข้าในเนื้อไม้ ใช้ดินน้ำมันปิดกันรั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน จะได้น้ำมันยางนาเต็มขวดราว 500 มิลลิลิตร แต่ละต้นสามารถเจาะได้หลายจุดในเวลาเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนจุด ให้นำกิ่งยางนามาตอกเข้าไปเพื่อสมานแผล ก็จะคืนสภาพเป็นเนื้อไม้สมบูรณ์ ไม่เป็นการทำลายต้นยางนาแต่อย่างใด

อบต.พิมาน กำลังวางแผนขยายพื้นที่ปลูกยางนาเป็นพลังงานทดแทนในอนาคต ใช้เวลาราว 15 ปี ก็เสมือนมีบ่อน้ำมันบนดินเป็นของตัวเอง และยังได้เพิ่มพื้นที่ป่า ได้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในคราวเดียวกัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

ต.พิมาน เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ของ อ.นาแก จ.นครพนม มาโดยตลอด หวังให้เกษตรกรทั้ง 11 หมู่บ้าน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และอยู่อย่างพอเพียง พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานศูนย์วิจัยน้ำมันยางนา เพื่อช่วยกันปลูกป่า สร้างอาหาร สร้างสิ่งแวดล้อม.-สำนักข่าวไทย

4
อบต.พิมาน อ.นาแก ใช้น้ำมันยางนาเติมรถไถทดแทนดีเชล ได้ 100% เตรียมแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ต่อไป

นายบัญชา ศรีชาหลวง นายกอบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ได้ออกมาโชว์ผลงานการวิจัยนำเอาน้ำมันยางนา มาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล ใช้งานสำหรับเครื่องจักรทำการเกษตร ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เพื่อเป็นการต่อยอดนำภูมิปัญญาชาวบ้าน บวกกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และเป็นการส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกร ให้ลดต้นทุนมากขึ้น สู้วิกฤติน้ำมันแพง




 

ด้าน นายบัญชา เผยว่เนื่องจากในพื้นที่สาธารณะและป่าชุมชน ที่ชาวบ้านเรียกว่า ป่าดอนย่านาง เนื้อที่ กว่า 36 ไร่ มีต้นยางนาจำนวนมาก กว่า 300 ต้น ที่มีการปลูกมาแต่อดีต บางต้นอายุมากกว่า 200 -300 ปี มีขนาดใหญ่ ความสูง กว่า 50 เมตร กลายเป็นต้นทุนสำคัญในการทดลอง ซึ่งใช้เวลามานานกว่า 2 ปี เจ้าหน้าที่นำมาศึกษาวิจัยร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับภูมิปัญญาชาวบ้าน จนประสบความสำเร็จ สามารถเจาะเอาน้ำมันยางนาใส่ในขวดพลาสติก ปล่อยทิ้งไว้แค่ ประมาณ 1 คืน รอการตกตะกอน และสามารถนำไปใช้มาเป็นพลังงานทดแทนกับเครื่องจักรกลการเกษตรได้จริง โดยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถศึกษานำไปทำเองได้ เป็นการลดต้นทุนได้เท่าตัว เริ่มจากการนำน้ำมันยางนามาผสม ในอัตราส่วน 50 เปอร์เซ็นต์กับน้ำมันดีเซล เพื่อทำการทดลองใช้งานจริง และมีการลดปริมาณน้ำมันดีเซลลง ตามอัตราส่วน จนกระทั่งสามารถใช้น้ำมันยางนาทดแทนน้ำมันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร พร้อมได้นำร่องทำแปลงนาต้นแบบ เพื่อนำเครื่องจักรรถไถนาเดินตาม ใช้น้ำมันยางนา ลดต้นทุนทำการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร ได้มาศึกษาเรียนรู้ นำไปขยายผล ใช้ในการลดต้นทุนและเตรียมส่งเสริมขยายพื้นที่ปลูกต้นยางนาให้มากที่สุด ส่วนอัตราการใช้งาน ปกติดีเซล 1 ลิตร ใช้กับรถไถการเกษตรแบบเดินตาม ทำงานได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่น้ำมันยางนา 1 ลิตร สามารถใช้งานไถนาได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ปัจจุบันได้มีการนำผลผลิตแจกจ่ายให้เกษตรกรที่สนใจไปใช้งานแล้ว

5
บ้านปู อินฟิเนอร์จี ชวนสัมผัสนวัตกรรมพลังงาน โซล่าเซลล์ สามมิติ ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัย หนึ่งในบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก นำเสนอนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยบ้านปู อินฟิเนอร์จี ชวนสัมผัสประสบการณ์การทำงานของนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบสามมิติ ผ่านเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) นอกจากนี้ ยังมีโซนอินเตอร์แอคทีฟฟลอร์ (Interactive Floor) ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เยี่ยมชมได้เห็นถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่สามารถพัฒนาให้สอดรับกับแนวคิดของสมาร์ทซิตี้ โดยมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบจอสัมผัส และภาพกราฟฟิกต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สนใจเห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของบ้านปู อินฟิเนอร์จี ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter ของกลุ่มบ้านปูฯ ในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ อีกทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคไปสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืนด้วยโซลูชั่นด้านพลังงานที่มีความเสถียร ราคาไม่แพง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้เห็นถึงศักยภาพของทีมงานบ้านปู อินฟิเนอร์จี ที่พร้อมทั้งในเรื่องนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ และมั่นใจการให้บริการแบบ One Stop Service ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเรา"

นอกจากผู้เข้าร่วมชมงานจะได้รับความรู้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากบ้านปู อินฟิเนอร์จีแล้ว ภายในงานบริษัทฯ ยังจะนำเสนอแพ็คเกจบริการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจรแบบ One Stop Service มีหลากหลายรูปแบบตามผลประโยชน์ที่จะได้รับแตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม อาทิ แพ็คเกจ Signature Infinergy, Smart Infinergy และ Simple Infinergy โดยเน้นแพ็คเกจ Signature Infinergy ซึ่งนับว่ามีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยที่ลูกค้าไม่ต้องลงทุนค่าติดตั้งหรือค่าอุปกรณ์ พร้อมบริการดูแลรักษาระบบและฟรีอุปกรณ์ตลอดอายุสัญญา และที่สำคัญทุกแพ็คเกจของบ้านปูอินฟิเนอร์จีมีการให้บริการที่ครบวงจรแบบ One Stop Service ที่เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางระบบ ติดตั้งไปจนถึงซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐาน พร้อมกันนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นมือถือ "Infinergy Application" ให้ลูกค้าดูข้อมูลผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และผลประหยัดแบบเรียลไทม์ ในส่วนของบ้านปู อินฟิเนอร์จีเอง มีระบบของคอนโทรลรูมที่สำนักงานใหญ่ ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์ได้ตลอดเวลา พร้อมทีม Call Center ที่พร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่งโมง

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมบูธ Banpu Infinergy ได้ที่ บูธหมายเลข H1 ทางเข้า 103 ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

เกี่ยวกับบ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานแห่งเอเชีย ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมบำรุง สำหรับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนการบริหารจัดการจากการประหยัดค่าไฟฟ้า โดยนำประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานของบ้านปูฯ มากกว่า 30 ปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และความชำนาญจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศจีนและญี่ปุ่น มาต่อยอดเป็นธุรกิจพลังงานสะอาดสำหรับประเทศไทยในอนาคต


ที่มา :
https://www.banpuinfinergy.co.th/
http://www.ryt9.com/s/prg/2834418

6
Jolywood จับมือ Imec พัฒนาโซล่าเซลล์ 2 หน้า

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release

Jolywood (Taizhou) Solar Technology Co. Ltd. ผู้นำด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสองหน้าประเภท N-type ในปริมาณมาก ได้ร่วมมือกับ Imec ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมชั้นนำของโลกในด้านนาโน-อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าสำหรับการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม ด้วยค่าประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ยสูงถึง 21.9% ซึ่งในการร่วมมือกันครั้งนี้ Imec ยังได้นำเสนอเซลล์แสงอาทิตย์ n-PERT ด้านเดียวแบบ screen-printed ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 22.8%



"Jolywood เป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ n-type ในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) ดังนั้นเราจึงพอใจอย่างมากที่ได้ร่วมมือใกล้ชิดกับ Imec ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้าน PV ชั้นนำของโลก" Dr. Zhifeng Liu ผู้อำนวยการด้าน R&D ของ Jolywood กล่าว "เรามีความยินดีที่การพัฒนาโซลาร์เซลล์สองหน้าแบบ n-PERT ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือของเรานั้น มีความก้าวหน้าอย่างดีเยี่ยม และด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่แข็งแกร่งของเราในด้านการขายและการตลาด เราจึงหวังว่าจะได้ถ่ายทอดความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาไปสู่ขั้นตอนการผลิตในเชิงพาณิชย์"

เซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายนั้นจะใช้แถบตัวนำ หรือฟิงเกอร์ (printed silver (Ag) fingers) ขนาดประมาณ 40 ไมครอนบนด้านหน้า และใช้แถบอลูมิเนียม (Al) บนด้านหลัง ซึ่งจะทำให้เซลล์ด้านหลังสัมผัสกับตัวจ่ายแสง หรืออิมิตเตอร์ โดยการใช้ Al แทน AgAl เพื่อการสัมผัสกับตัวจ่ายแสงทางด้านหลังนั้น จะทำให้ต้นทุนต่อเซลล์ลดลงเหลือเพียง 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัตต์สูงสุด (Wp) โดยแผงเซลล์ขนาด M2 (พื้นที่: 244.3 ตารางเซนติเมตร) มีประสิทธิภาพการแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 21.9% และเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีที่สุดมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงถึงกว่า 22.1% ทั้งนี้ ในการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์แบบสองหน้าภายใต้เงื่อนไขการจ่ายแสงด้านหน้าตามมาตรฐาน ร่วมกับการจ่ายแสงอาทิตย์ด้านหลังเพิ่มเติมอีก 0.15 นั้น จะทำให้เซลล์แสงอาทิตย์เหล่านี้แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ประสิทธิภาพสูงถึง 25%

นอกจากนี้ Imec ยังผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ n-PERT ด้านเดียวแบบ screen-printed ซึ่งมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงถึง 22.8% โดยนับเป็นผลงานที่ก้าวล้ำสำหรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน โมดูล PV ยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดที่จำเป็น และได้รับการรับรองจาก TUV SUD ซึ่งเป็นองค์กรทดสอบผลิตภัณฑ์อันทรงเกียรติของเยอรมนี

Jolywood เป็นผู้นำของโลกในการพัฒนา การผลิต และการทำตลาดเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง บริษัทเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type อันดับหนึ่งในโลก โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ย (LCOE) ในขณะที่ Imec นั้น เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา และศูนย์กลางนวัตกรรมระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นในด้านนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัล

เกี่ยวกับ Imec
Imec เป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมชั้นนำของโลกในด้านนาโน-อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งที่ทำให้ Imec แตกต่างอย่างโดดเด่น คือ การผสมผสานระหว่างความเป็นผู้นำที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในด้านเทคโนโลยีไมโครชิป กับความเชี่ยวชาญอย่างเจาะลึกในด้านซอฟต์แวร์และไอซีที Imec มีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และอาศัยความได้เปรียบจากระบบนิเวศของพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก้าวล้ำ พร้อมรองรับขอบเขตการใช้งานต่าง ๆ อาทิ การดูแลสุขภาพ เมืองอัจฉริยะ การสัญจรอัจฉริยะ การขนส่งและการผลิต และด้านพลังงาน ด้วยการ

เกี่ยวกับ Jolywood
Jolywood (SZ: 300393) เป็นผู้นำโลกในด้านการพัฒนา การผลิต และการทำตลาดวัสดุปิดด้านหลังเซลล์แสงอาทิตย์ (PV backsheet) รวมถึงเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ n-type ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง และโมดูลแบบสองหน้า บริษัท Jolywood (Suzhou) Sunwatt Co. Ltd. (Jolywood Suzhou) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2551 เป็นผู้ผลิต PV backsheet รายใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีกำลังการผลิตปีละกว่า 100 ล้านตารางเมตร ขณะที่ Jolywood (Taizhou) Solar Technology Co. Ltd. (Jolywood Taizhou) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Jolywood Suzhou ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก โดยมีกำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type ที่ 2.1 กิกะวัตต์ (GW) มาตั้งแต่ปี 2560 ทั้งนี้ ในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ ในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม Jolywood มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจ "นำแสงอาทิตย์มาสู่ชีวิตของมวลมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมง" เพื่อช่วยให้คนทั่วโลกได้อาศัยประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเราใช้ความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตและโลจิสติกส์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jolywood.cn/english.php
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180525/2143523-1
คำบรรยายภาพ: ผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าประเภท N-type แบบโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง จาก Jolywood

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/anpi/2833017

7
Google ผุดโปรเจคท์ “Sunroof” ช่วยให้การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ง่ายขึ้น



ทุกวันนี้พลังงานทดแทนกำลังเป็นที่สนใจของผู้คน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้งานได้  แต่แม้จะน่าสนใจเพียงใด  ปัญหาใหญ่ของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็คือการเริ่มต้นติดตั้งแผงโซล่าเซลล์นั่นเอง

หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มติดตั้งโซล่าเซลล์อย่างไร ต้องใช้แผงโซล่าเซลล์กี่อัน แล้วการติดตั้งไปนั้นจะสามารถประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่  คุ้มกับเงินที่ต้องเสียไปหรือไม่  นั่นเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนไม่สามารถเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้
 
ด้วยเหตุนี้เอง ทาง Google จึงได้พัฒนาโปรเจคท์ “Sunroof” ที่จะมาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้  โปรเจคท์ Sunroof นี้จะนำข้อมูลจาก Google Maps มาประยุกต์ใช้แสดงภาพหลังคาบ้าน  ทำให้สามารถคำนวณได้ว่าหลังคาบ้านแต่ละหลังมีขนาดเท่าไร จำเป็นต้องใช้แผงโซล่าเซลล์กี่อัน  และสามารถวิเคราะห์จากตำแหน่งของบ้านได้ว่าจะได้รับแสงอาทิตย์มากน้อยแค่ไหน ทำให้เจ้าของบ้านประหยัดเงินได้เท่าไร  พร้อมแนะนำผู้ให้บริการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่ใกล้เจ้าของบ้านหลังนั้นๆอีกด้วย!

เพียงเท่านี้ น่าจะทำให้หลายๆคนตัดสินใจง่ายขึ้นในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไว้ใช้ในบ้าน  อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้โปรเจคท์ Sunroof ยังใช้ได้เฉพาะคนที่อยู่อาศัยในบอสตัน  ซานฟรานซิสโก  และเฟรสโน เท่านั้น  แต่ทาง Google ก็มีแผนที่จะขยายโปรเจคท์นี้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐ  รวมถึงอาจจะขยายไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลกในอนาคตด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=_BXf_h8tEes

Read More
http://www.bbc.com/news/technology-44303881
https://www.google.com/get/sunroof

ที่มา
https://www.aripfan.com/google-sunroof

8


การไฟฟ้านครหลวง ร่วมด้วยบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท MEX Exhibitions จำกัด ได้กำหนดจัดงาน LED Expo Thailand 2018 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ LED ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 6 และงาน PCB Expo Thailand 2018 งานแสดงสินค้านานาชาติด้านแผ่นวงจรพิมพ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 3 เพื่อเป็นเวทีกลางทางการค้าในการตอบโจทย์ทางธุรกิจด้านพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเผยโฉมสุดยอดนวัตกรรม LED สำหรับยุคดิจิทัลที่ในปีนี้มาพร้อมกับธีม "Future of LED – LED เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน" พร้อมกับโชว์ SMT (Surface Mount Technology) เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแผ่นวงจรพิมพ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีการไฟฟ้านครหลวงให้เกียรติเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน

คณะผู้จัดงานฯ จึงจัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศกิจกรรมไฮไลท์ที่จะเกิดขึ้นภายในงาน ได้แก่

- คุณอาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (ESCO)  นำเสนอเกี่ยวกับ "นโยบายสนับสนุนด้านพลังงานจากทางรัฐบาลเพื่อภาคเอกชน"

- อ. วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ ประธานชมรมพลังงานทดแทน เพื่อการเกษตรและเทคโนโลยี REATClub
www.facebook.com/REATClub
นำเสนอเกี่ยวกับ "โซล่าเซลล์ประโยชน์มากหลาย ง่ายกว่าที่คุณคิด"

- อ. สัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ผู้ก่อตั้งฟาร์มเทคโนโลยีการเกษตรเฟรชวิลล์ฟาร์ม (Fresh Ville Farm)  นำเสนอเกี่ยวกับ "ความต้องการใช้แอลอีดีในอุตสาหกรรมการเกษตร"

- คุณเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอเกี่ยวกับ "เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดด้านสมาร์ทไลท์ติ้ง"

ทั้งนี้เพื่อให้การประชาสัมพันธ์การจัดงานดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสาธารณชนอย่างแพร่หลาย คณะผู้จัดงานฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน ร่วมทำการประชาสัมพันธ์การจัดงาน "LED Expo Thailand 2018 และ PCB Expo Thailand 2018" และสัมภาษณ์พิเศษกับคุณรุจ เหราบัตย์ รองผู้ว่าการ การไฟฟ้านครหลวง ในวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 เวลา 13.30 – 15.50 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 14 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กำหนดการงานแถลงข่าว "LED Expo Thailand 2018 และ PCB Expo Thailand 2018"  วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 เวลา 13.30 – 15.50 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 14 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

13.30 น : ลงทะเบียนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน
14.00 น. : วีดีโอนำเสนอข้อมูลงานและอัพเดทกิจกรรม LED Expo Thailand 2018 และ PCB Expo Thailand 2018 โดย คุณ ภูริตา พิมลมาศ ตัวแทนจากคณะผู้จัดงาน

14.10 น. : คุณรุจ เหราบัตย์ รองผู้ว่าการ การไฟฟ้านครหลวง กล่าวถึงการจัดงาน LED Expo Thailand 2018 และ PCB Expo Thailand 2018

14.20 น. : คุณวิชญา สุนทรศารทูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานบริหาร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กล่าวถึงการสนับสนุนการจัดงาน

14.30 น. : นำเสนอกิจกรรมไฮไลท์ภาย โดย  คุณอาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (ESCO)  นำเสนอเกี่ยวกับ "นโยบายสนับสนุนด้านพลังงานจากทางรัฐบาลเพื่อภาคเอกชน"

- อ. วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ ประธานชมรมพลังงานทดแทน เพื่อการเกษตรและเทคโนโลยี นำเสนอเกี่ยวกับ "โซล่าเซลล์ประโยชน์มากหลาย ง่ายกว่าที่คุณคิด"

- อ. สัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ผู้ก่อตั้งฟาร์มเทคโนโลยีการเกษตรเฟรชวิลล์ฟาร์ม (Fresh Ville Farm)  นำเสนอเกี่ยวกับ "ความต้องการใช้แอลอีดีในอุตสาหกรรมการเกษตร"คุณเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอเกี่ยวกับ "เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดด้านสมาร์ทไลท์ติ้ง"

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/prg/2816231

9
สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี
62/4 หมู่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 11140
map
https://goo.gl/maps/SAcqZuAkENs



ร่วมกับ
โซล่าเซลล์ไทยแลนด์.com
ภูมิใจเสนอ
อบรมฟรี กล้องวงจรปิด 2560
คนไทยเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ภาพทั้งหมด
https://goo.gl/photos/69R7t8r6BQfs7G8D8

10
สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน สมุทรสาคร
ร่วมกับ

โซล่าเซลล์ไทยแลนด์.com
ภูมิใจเสนอ
อบรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
2-5 เมย.61
สัมมนาฟรี เรียนฟรี อบรมฟรี Gpsกล้องวงจรปิดไร้สาย CCTV Solar Power 54/2560 Thailand 4.0
เพื่อปรับปรุง ยกระดับผู้ประกอบการไทย พร้อม ไทยแลนด์ 4.0   
คนไทยเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย





สัมมนาฟรี กล้องวงจรปิด 2561  สัมมนาฟรี cctv
เรียนฟรี กล้องวงจรปิด 2561 เรียนฟรี cctv
อบรมฟรี กล้องวงจรปิด2561 อบรมฟรี cctv

ภาพกิจกรรมที่จัดผ่านมาแล้ว


สัมมนาฟรีระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดไร้สาย 
สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน สมุทรสงคราม
51/2559

กิจกรรม ติดตั้งกล้องวจรปิด HDCVI  มอบให้
สนพ.สมุทรสงคราม


ภาพทั้งหมด
https://goo.gl/photos/44JpMLscNNpd49ScA

คลิปสัมภาษณ์นิสิต CCTV

ชมคลิปสัมภาษณ์ทั้งหมด
https://www.youtube.com/playlist?list=PLtWx8-dmWbCWnH9emj4NB1UlKUYm_qxVE


ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้พื้นฐานการจัดการอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย ในขณะปฏิบัติงานด้านไฟฟ้า และ ทฤษฎีไฟฟ้า
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้เรื่องโซล่าเซลล์ การดูแลรักษาระบบ การนำพลังงานไปประยุกต์ใช้กับ อุปกรณ์ไฟฟ้า ร่วมถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆได้
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้และสามารถแก้ไข ระบบเครือข่าย (Lan)ได้
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ในการเลือกใช้อุปกรณ์และสามารถออกแบบระบบกล้องวงจรปิด(CCTV System)ได้
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด(CCTV System)ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด(CCTV System) ให้สามารถดูระบบ กล้องผ่านอินเตอร์เน็ต (Set Online) และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี
-เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้และสามารถตรวจซ่อมและบำรุงรักษา(Installation and Maintenance) อุปกรณ์ระบบกล้องวงจรปิด รวมถึงเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด (DVR)ได้
-เทคโนโลยีล่าสุดของ ระบบกล้องวงจรปิด HDCVI ความคมชัดระดับ HD แต่ใช้สายสัญญาณ เดิมRG6 ได้ระยะทางไกลถึง 500 เมตร
-ระบบที่ติดตั้งง่ายสามารถใช้ร่วมกับระบบกล้อง Analog เดิมได้ทุกยี่ห้อ
-ฝึกการติดตั้งระบบ CCTV ทุกท่านจะได้ฝึก กับหน้างานจริง การติดตั้งจริง มอบเป็นสาธารณะประโยชน์

โครงการสร้างผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด
จัดทำขึ้นมาเพื่อ สร้างผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด

วัตถุประสงค์

1.เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด รวมถึง การคำนวนอัตราการคุ้มค่าการลงทุน

2.เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด  ตามแผนแม่บทระบบการรักษาความปลอดภัย ตามแผนแม่บทของระบบรักษาความปลอดภัย Thailand 4.0

3.เพื่อยกระดับ สร้างมาตราฐาน พัฒนาคุณภาพ การติดตั้ง การแก้ไขปัญหา อย่างมืออาชีพ

4.เพื่อเตรียม ความพร้อมของช่างฝีมือแรงงาน สำหรับเข้าเป็นสมาคมสมาชิกอาเชีย (AEC)

5.เพื่อเตรียมความพร้อมแต่งตั้งเป็น ศูนย์ให้บริการ CCTV System(ศูนย์ให้บริการประจำจังหวัด ตามความร่วมมือระหว่าง โซล่าเซลล์ไทยแลนด์.คอม  และหน่วยงานที่เกียวข้อง

6.เพื่อสร้างชุมชนการช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหา ผ่านระบบonline อาศัยตามทษฎีการเพื่อตนเอง ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

7.ส่งเสริมกิจการของ นิสิต CCTV ด้วยการสร้างระบบร้านค้าหรือหน้าร้าน online ให้เพื่อประกอบกิจการต่อ ให้ฟรี

8.ร่วมกลุ่มกันจัดตั้ง เป็นองค์กรเพื่อความสามัคคีการเสียสละ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของ นิสิต CCTV ทุกรุ่น เช่น สหกรณ์ เป็นต้น

9.ส่งเสริมการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ระบบการสร้างพลังงานให้ชุมชน ร่วมถึงระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องขึ้นมาใช้เอง ช่วยชาติประหยัด พัฒนาชาติไทย ส่งออกเทคโนโลยี เพื่อสร้างให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการสร้างพลังงานใช้ได้เอง




*หมายเหตุ


คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม

(ขออนุญาติสงวนสิทธิ์ยกเว้น พระ, สามเณร ,แม่ชี เพราะ สถาบันฯไม่สะดวกในการเตรียมการ
สำหรับช่างติดตั้งโซล่าเซลล์ และ ผู้ดำเนินกิจการโซล่าเซลล์ ขอสงวนสิทธิ์ให้กับ ผู้สนใจในธุรกิจ และช่างที่ต้องการจะเรียนรู้เพื่อจะนำไปต่อยอด ก่อนนะครับ คอร์สประยุกค์การใช้งานจะเปิดประมาณตุลาคม 2560)

A.ผู้สนใจทั่วไป ผู้ที่ต้องการศึกษามาประยุทธใช้ในบ้านหรือกิจการของตนเอง
1.อายุ 18 ปี บริบูรณ์ ขึ้นไป
2.ไม่มีโรคประจำตัว
3.ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากเป็นโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ (ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้ประกอบการ หากจะมาต้องมาในนามบุคลลเท่านั้น)

B.สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประกอบกิจการ
1.ต้องมีพื้นฐานเรื่องไฟฟ้า อิเล็กทรอนนิค
2.เป็นผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้
-ผู้จำหน่ายกล้องวงจรปิด ดาวเทียม
-ผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิด
-ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอินเตอร์เน็ต
-ผู้ประกอบกิจการด้าน it ทุกภาคส่วน
-ผู้ประกอบกิจการร้านซ่อมเครื่ืองใช้ไฟฟ้า หรือ ซ่อมคอมพิวเตอร์
-ผู้ประกอบกิจการทุกชนิดที่สนใจ การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ด้วยการใช้โซล่าเซลล์
3.หลักฐานการสมัครอบรมฟรี
-สำเนาบัตรประชาชน
-สำเนาทะเบียนการค้า (ส่งทะเบียนการค้าที่มีชื่อตรงกับสำเนาบัตรประชาชน รับสิทธิ์เป็นตัวแทนติดตั้งและจำหน่ายของบริษัทที่ร่วมโครงการทันทีภายในงาน)
-สำเนา ภพ.20
(สำหรับท่านที่แนบ สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนาภพ.20 ท่านจะได้รับสิทธิ์เป็น ศูนย์ Open CCTV ของ โครงการ )

ทุกคนที่มาเรียนต้องมีอุปกรณ์พร้อมเข้าอบรม เช่น
1.notebook , netbook ที่สามารถเข้าอินเตอร์เน็ต ใช้ port Lan , WIFI ได้
2.สายแลนยาว 3 เมตรพร้อมเข้าหัวเรียบร้อย
3.Router ที่ใช้งานได้ปกติ
4.Switch อย่างน้อย 5 port
5.กล้องวงจรปิด หรือ เครื่องบันทึกที่ ยังใช้งานได้

4.สมัครสมาชิกเวป

โซล่าเซลลไทยแลนด์.คอม
ได้ที่
http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php?action=register

ต้องใช้คอมพิวเตอร์สมัครเท่านั้น
แนะนำ
Gmail
yahoo

ไม่แนะนำ
Live
outlook
windowslive
เมล์ของบริษัท , องค์กร
เพราะเมล์จากระบบเป็น google มักจะส่งไม่ผ่าน

อย่าลืมทำเครื่องหมายไม่ใช่ เมลขยะ


เมื่อทำเครื่องหมายแล้วจะสมัครผ่านจะได้ email จากเวป www.โซล่าเซลล์ไทยแลนด์.com


สงสัยหรือลงทะเบียนไม่ได้
ศึกษาได้ที่



http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php/topic,869.0.html

สมัครไปแล้วไม่ได้รับเมลล์แจ้ง
แนบสำเนาบัตรประชาชน
ติดต่อ
mrkai999solarcell(at)gmail.com

แจ้งชื่อuser  อีเมลลที่สมัครมา

ขั้นตอนการรับสิทธิ์
อบรมฟรี กล้องวงจรปิด พลังงานโซล่าเซลล์

ทุกขั้นตอน ต้องทำใน Computer เท่านั้น




5.post ชื่อ นามสกุล และ กดเข้าร่วมกิจกรรมใน Facebook
ให้ความรู้ ให้โอกาส ทางการศึกษาเป็นบุญใหญ่
รบกวนช่วยกันแชร์ ขอให้เจริญๆ ร่ำรวย ๆ

อบรมฟรี การประยุกต์ใช้งานโซล่าเซลล์และกล้องวงจรปิดไร้สาย มหาชัย 55
www.facebook.com/events/392017541209608/?active_tab=discussion

6.เข้าระบบแล้วมารายงานตัว ในระบบก่อนใช้งาน




แจ้งชื่อ นามสกุล
ความตั้งใจเมื่อได้เรียนกล้องวงจรปิด ระบบกล้องวงจรปิด พลังงานโซล่าเซลล์แล้วจะนำไปใช้ประโยชน์ ด้านใด
แจ้งจังหวัดที่จะนำไปใช้งาน ด้วย
(สมัครมาไม่เข้าระบบแล้ว ยืนยันตนภายใน 90 วันระบบจะลบ และท่านต้องสมัครเข้ามาใหม่ ยืนเอกสาร และลำดับการอนุมัติจะย้ายลงไปลำดับล่างสุด)
http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php/topic,1132.0.html

7.กรอกรายละเอียดของท่านทั้งหมดมาที่ ฟรอมด้านล่าง
(ไม่กรอกแบบฟรอม์ สิทธิ์ของท่านจะถูกข้ามไป ต่อลำดับท้ายสุดจนกว่าจะกรอกครบ)



http://goo.gl/forms/lBe5fRZH2c

8.โหลดใบสมัคร
แล้วเขียนด้วยลายมือ รายละเอียดต้องมีครบ ตามความเป็นจริงไม่ครบจะไม่พิจราณาใบสมัคร


(ตัวอย่างใบสมัคร มีเพียง ครึ่งใบ ใบสมัครต้องมีลายเซ็นต์ผู้สมัครทุกใบ)

สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก ที่รายงานตัวแล้วเท่านั้น  (เขียนด้วยลายมือ เท่านั้น)
http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php/topic,1306.0.html

หมายเหตุ

8.1ติดขัดการสมัคร ส่งสำเนาเอกสารตามประเภทของท่านที่เข้า สัมมนาฟรี กล้องวงจรปิด ขีดคล่อมและ เขียน "สมัครสัมมนาฟรี กล้องวงจรปิด" ลงไปในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนการค้า
มาที่
mrkai999solarcell(at)gmail.com

กรุณาใช้เมลล์เดียวกับที่ใช้สมัคร ส่งเอกสารมา

9.ประกาศผู้ได้รับสิทธิ์ ฝึกอบรม อบรมฟรีCCTV สัมมนาฟรีกล้องวงจรปิด Solar Cell Power
http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php/topic,1227.0.html

10.ตารางสัมมนาฟรีอบรมฟรีCCTV  ประจำปี 2560 สัมมนาฟรีกล้องวงจรปิด 2016 by solar cell thailand team
http://xn--c3ca1alk7csbac1l4gsae1b8c2dh.com/index.php/board,26.0.html

11. ผลงานการอบรมฟรีCCTV  ประจำปี 2560 สัมมนาฟรีกล้องวงจรปิด 2016 Free CCTV Training อบรมฟรี กล้องวงจรปิด



เขียนเล่าประวัติตัวเองและความตั้งใจที่ได้รับสัมมนาฟรีกล้องวงจรปิด แล้วจะนำไปประกอบอาชีพ ช่วยประเทศชาติในด้านใด?
เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเข้าร่วม อบรมฟรี กล้องวงจรปิด มาที่
 mrkai999solarcell(at)gmail.com


แจ้งให้ทราบถึงผลการดำเนินการ หรือยินยันสำรองที่นั่ง
[/color]
Mrkai999 Academy
Line
(at)fsh9278q
https://page.line.me/fsh9278q


สอบถาม ทาง inbox
https://www.facebook.com/wirat.solarcell
hotline
06-1645-2999

11

ข่าวดี! รัฐแบ็กอัพ 80% เงินลงทุนผลิต/ใช้พลังงานทดแทน



กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จับมือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มผู้ผลิตและผู้ใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน สมัครเข้ารับการสนับสนุนเงินช่วยลงทุน 80% จาก “โครงการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อนแบบครบวงจร”

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มผู้ผลิตและผู้ใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน เข้ารับการสนับสนุนเงินช่วยลงทุนจาก “โครงการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อนแบบครบวงจร”

“โครงการนี้เริ่มรับสมัคร 15 มี.ค.-31 พ.ค.2561 ผู้ที่เข้าร่วมโครงการในส่วนของผู้ผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจะได้รับเงินสนับสนุน 80% ของเงินลงทุนแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ขณะที่ผู้ใช้เชื้อเพลิงทดแทนจะได้รับเงินสนับสนุน 40% ของเงินลงทุนแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งสองส่วนจะมีที่ปรึกษาสำหรับการดำเนินงานตลอดระยะเวลาโครงการ และมั่นใจว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี” มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์ นักวิจัยสถาบันค้นคว้าฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าว

โครงการนี้มุ่งสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ที่มีความพร้อมและต้องการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลให้สามารถผลิตเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน และเพื่อให้การสนับสนุนวิสาหกิจ สหกรณ์และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทนพลังงานจากฟอสซิลได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงระบบ เพื่อรองรับต่อการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นใจให้ภาคอุตสาหกรรมในการที่จะใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อน รวมทั้งเป็นการก่อให้เกิดชุมชนต้นแบบการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลให้กับท้องถิ่น เพื่อนำไปขยายผลต่อในพื้นที่อื่นๆ

ทาง พพ.และ มก.ไม่ได้จำกัดจำนวนโควตาของผู้ผลิตหรือผู้ใช้พลังงานทดแทนที่จะเข้ามาร่วมโครงการ แต่จะดูความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ใช้คงเป็นกลุ่มอุตฯอาหารแปรรูปขนาดเล็ก อุตฯแปรรูปยางพารา อุตฯอบลำไยซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนหัวเผา สำหรับผู้ผลิตมองไปที่ภาคใต้ เนื่องจากมีเศษไม้ยางพาราเป็นปริมาณมากและมีโรงเลื่อยที่มีวัตถุดิบเหลือใช้ที่นำมาต่อยอดได้ รวมทั้งกลุ่มสหกรณ์ยางพาราที่สามารถรวบรวมวัตถุดิบป้อนโรงงานได้

รายละเอียด
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/795093


12


บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ผู้ดำเนินธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทน จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยเริ่มการซื้อขายแรกเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมี นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ธุรกิจทางด้านพลังงานของ SSP เริ่มต้นจากการเริ่มทำโครงการโรงไฟฟ้าภายในประเทศ ที่บริษัทฯ ยื่นคำร้องและข้อเสนอต่อต่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เพื่อขอเข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินในนามของ บริษัท เสริมสร้างพลังงาน จำกัด (“SPN”) ซึ่ง SSP ถือหุ้นอยู่ร้อยละ100 ได้รับการพิจารณาให้เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญา 40 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 52 เมกะวัตต์ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวเป็นสัญญาประเภท Non-Firm มีอายุสัญญา 5 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้คราวละ 5 ปี เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา ซึ่งได้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (“Adder”) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในอัตรา 6.5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 10 ปี จากวันเริ่มต้นเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายที่จะต่ออายุสัญญาเมื่อครบกำหนด 5 ปี จนสิ้นอายุโครงการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโครงการมีอายุประมาณ 25 ปี และ SPN ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กับ กฟผ. ในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ซึ่ง SPN ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (Small Power Producer หรือ SPP) โดยโครงการเป็นแบบติดตั้งบนพื้นดิน ตั้งอยู่ที่ ตำบลวังขอนขว้าง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง โดยได้ร่วมกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (“อผศ.”) ยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 ในฐานะผู้ร่วมลงทุน โดยลงทุนผ่าน บริษัทเสริมสร้าง โซลาร์ (SS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (“กกพ.”) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 โครงการที่กลุ่มบริษัทฯได้ยื่นคำขอไปข้างต้นได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ร่วมลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก “(อผศ.)” จำนวน 1 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 5.0 เมกะวัตต์ โครงการตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมลงนามในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนให้สิทธิขายไฟฟ้าตามโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการกับ อผศ. ณ ที่ทำการ อผศ. ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ภายในเดือนมีนาคม 2561 และคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 (“โครงการโซลาร์ อผศ. จังหวัดราชบุรี“) ด้วยอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 4.12 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี

สำหรับ โครงการโซลาร์ อผศ. จังหวัดราชบุรี ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตไฟฟ้าด้วยแผงพลังงานแสงอาทิตย์หรือโฟโตโวลตาอิคส์ (Photovoltaic) เช่นเดียวกันกับโครงการเสริมสร้าง โซลาร์ ในประเทศไทย ซี่งขณะนี้โครงการโซลาร์ อผศ. ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างนั้น โดยกลุ่มบริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้รับเหมาและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมีนโยบายให้โครงการดังกล่าวได้รับการรับประกันที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกระแสไฟฟ้าในลักษณะเดียวกันกับที่กลุ่มบริษัทฯ ได้รับอยู่ ณ ปัจจุบัน หรือเทียบเท่ากับมาตรฐานทั่วไปในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ SSP ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นคือ โครงการฮิดะกะ, โครงการยามากะ1, โครงการโซเอ็น, โครงการลีโอ และ โครงการยามากะ2 โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสากลในการพัฒนาโครงการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สะอาด ยั่งยืน และสร้างผลประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

ที่มา
เสริมสร้างเพาว์เวอร์ จำกัด (มหาชน)
http://www.sermsang.com/th/home

13


เสริมสร้าง เพาว์เวอร์ คาดกำไรปี 61 เติบโต 37% จากการเริ่ม COD โรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

Ø SSP ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีแผนการเติบโตชัดเจน : บริษัทถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ (ญี่ปุ่นและมองโกเลีย)  ปัจจุบันโรงไฟฟ้าทุกโครงการเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดแบ่งเป็น โครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 2 โครงการ(โครงการเสริมสร้างโซลาร์ จ.ลพบุรี,โครงการฮิดะกะ)มีกำลังการผลิตรวม 73 MW เสนอขายไฟตามสัญญาทั้งสิ้น 57 MW มีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น 7 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 51.9 MW เสนอขายไฟตามสัญญาทั้งสิ้น 45.5 MW (โครงการยามากะ โครงการโซลาร์รูฟทอป SNNP1 SNNP2โครงการโซลาร์ อผศ. จังหวัดราชบุรี โครงการโซเอ็น โครงการ Khunshight Kundi และโครงการโซลาร์รูฟทอปดูโฮม) และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาขั้นต้น 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 52.5 MW เสนอขายไฟตามสัญญาทั้งสิ้น 40 MW (โครงการยามากะ2 และโครงการลีโอ) สามารถดูรายละเอียดของแต่ละโครงการได้ในตารางที่ 2, 3

Ø การแสวงหาโอกาสใหม่ๆในประเทศมองโกเลีย : ปัจจุบันบริษัทได้ศึกษาการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศมองโกเลีย (โครงการ Khunshight Kundi) ถือหุ้นในสัดส่วน 75% มีพันธมิตรญี่ปุ่นถือหุ้นสัดส่วน 10% มองโกเลียถือหุ้น 15% ใช้งบประมาณในการลงทุนตั้งต้นรวม 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 16.4 MW มีกำลังการผลิตตามสัญญา 15 MW ซื้อขายไฟฟ้ากับหน่วยงานภาครัฐของมองโกเลียโครงสร้างค่าไฟแบบ  FIT 0.162 เหรียญสหรัฐ/กิโลวัตต์-ชั่วโมง (SCOD 1Q62) โดยประเทศมองโกเลียถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพอย่างมากทางด้านพลังงาน มีทรัพยากรอาทิ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ่ายวิจัยมองว่าการเริ่มเข้าไปในมองโกเลียถือเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการขยายในธุรกิจเนื่องจากมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นสูงกว่ากำลังการผลิตในประเทศ  ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องมีการนำเข้าพลังงานจากประเทศจีนและรัสเซีย  และมีนโยบายที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตามยังคงมีความท้าทายเนื่องจากจุดในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและยังไม่ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากภาครัฐเท่าที่ควร (ที่มา : กระทรวงพลังงาน ประเทศมองโกเลีย)

Ø กำไรสุทธิปี60 ลดลง 24% YoY เนื่องจากมีค่าก่อสร้างโครงการใหม่ที่ยังไม่สร้างรายได้: ในปี 60 มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า 872 ลบ.เพิ่มขึ้น 0.5%YoY และมีกำไรสุทธิ 340 ลบ. ลดลง 24%YoY แต่ถ้าไม่พิจารณาผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง(Unrealized FX gain/(loss)) จะได้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติปี 60 อยู่ที่ 413 ลบ. เทียบกับปี 59 อยู่ที่ 468 ลดลง 11.7%YoY เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน และมีการว่าจ้างผู้บริหารและพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

Ø คาดกำไรปี 61 เติบโต 37% จากการเริ่ม COD โรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น : คาดผลประกอบการในปี 61 จะมีการรับรู้รายได้โครงการฮิดากะ(COD 1Q61) SNNP1,2 (SCOD 1Q61) , โซลาร์ อผศ.(SCOD 4Q61) โครงการโซเอ็น(SCOD  4Q61)  โครงการโซล่าร์รูฟท็อปกับบริษัทดูโฮม(SCOD 3Q61)  ส่งผลให้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากการขายไฟ 1149 ลบ.เติบโต 31% คาดกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ
ปี61 อยู่ที่ 464 ลบ. เติบโต 37%YoY  และ อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงจาก 81% ในปี60 เหลือ 77 % ในปี 61 เนื่องจากโครงการที่ญี่ปุ่นมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่า

ที่มา
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/795071

14


มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริม “คาร์บอนเครดิต จากฟาร์มสุกรขนาดเล็ก” แห่งแรกของไทย สู่ตลาดโลก

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มช. ในฐานะหน่วยงานบริหารโครงการ หรือ C/ME ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) ในฐานะผู้รับซื้อคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้น พัฒนาโครงการซีดีเอ็มขนาดเล็ก สำหรับฟาร์มสุกรในประเทศ (Thailand Small Scale Livestock Waste Management Program) โดยใช้รูปแบบ Programmatic CDM ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มฟาร์มสุกรเข้าร่วมโครงการฯ
โดยฟาร์มสุกรแต่ละกลุ่ม จะดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการปรับปรุงประ สิทธิภาพการจัดการน้ำเสียภายในฟาร์ม โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มช. เป็นที่ปรึกษาในการออกแบบเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ พร้อมติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพภายในฟาร์มขนาดเล็ก แบบ CMU-CD (Chiangmai University Channel Digester) แล้วนำก๊าซชีวภาพที่ได้ ไปผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์ม


ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกหันมาให้ความใส่ใจกับปัญหาโลกร้อน โดยทุกประเทศต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ สำหรับประเทศไทยมีการผลักดันให้ใช้พลังงานทด แทนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะการพัฒนาระบบก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน มีส่วนเกี่ยวโยงกับการลดภาวะโลกร้อนได้ พร้อมกับการสร้างรายได้เข้าประเทศ ในการขายคาร์บอนเครดิต

โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มช.ได้ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) พัฒนาโครงการซีดีเอ็มขนาดเล็ก สำหรับฟาร์มสุกรในประเทศไทย เพื่อนำกลไกการพัฒนาที่สะอาดมาใช้เพิ่มคุณค่าของพลังงานก๊าซชีวภาพการดำเนินงานโครงการฯ ในระยะแรกมีสุกรทั่วประเทศ จำนวน 600,000 ตัว ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้มากกว่าปีละ 240,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทำให้เกิดการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศจากการขายคาร์บอนเครดิตได้มากถึงปีละ 115 ล้านบาท


ปัจจุบัน มีฟาร์มสุกรที่ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตแล้ว จำนวน 13,858 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งฟาร์มสุกรได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตแล้ว เป็นฟาร์มที่อยู่ในกลุ่มที่ 1(CPA1) ได้แก่
ฟาร์มโชคชัยการสุกร จ. นครราชสีมา จำนวน 4,796 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ,
ฟาร์มวังน้อย (แหลมทองไฮบริด) จ.พระนคร ศรีอยุธยา จำนวน 3,632 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า,
ฟาร์มพนมสารคาม (คณาไฮบริด) จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 5,430 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
และมีฟาร์มที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน โครงการขายคาร์บอนเครดิต อีกจำนวน 2 แห่ง
ได้แก่ ฟาร์มเจริญพันธุ์สามชุก
และ
วีระชัยฟาร์ม

รายละเอียด
http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/676903

16
ลำปาง * EA เล็งตั้งนิคมฯ ที่ฉะเชิงเทรารับ EEC คาดสรุปได้ภายในปีนี้ พร้อมทุ่มงบ 2.47 หมื่น ล. ขยายลงทุนโรงไฟฟ้าอาเซียน

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. และพันธมิตรเอกชน เพื่อพิจารณาความคุ้มค่าในด้านการลงทุน ใน เบื้องต้นได้เล็งไว้ที่จังหวัดฉะเชิง เทราในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่อง จากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางโลจิสติกส์ และสามารถเชื่อมไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ

"ในเบื้องต้นคาดใช้พื้นที่ 1,000-2,000 ไร่ คาดจะสามารถสรุปความชัดเจนและสัดส่วนการลงทุนได้ภายในปี 2561 นี้ และจะดำเนินการได้ในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นหากลงทุนเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน คาดจะใช้งบ 1,000 ล้านบาท ไม่รวมที่ดิน แต่หากรวมที่ดินจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท" นายอมรกล่าว

สำหรับนิคมฯ จะรองรับที่ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่, ไบโอดีเซล กลีเซอลีน กรีนดีเซล พีซีเอ็มจะส่งผลให้มีการผลิตไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 1.2 ล้านลิตรต่อวันจากปัจจุบันผลิตที่ 8 แสนล้านลิตรต่อวัน และเป็นพื้นอื่นๆ อีก และมีแนวโน้มจะตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร

ขณะที่แผนลงทุนปี 2561-2562 เตรียมงบลงทุนรวม 24,700 ล้านบาท เพื่อขยายลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติม ซึ่งใน ปีนี้เตรียมจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน จ.ชัยภูมิ ขนาด 260 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา เน้นลงทุนโซลาร์ฟาร์ม, ลม.

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2781629

17
JA Solar ส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ PERC ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ให้โครงการโรงไฟฟ้าขนาด 250 เมกะวัตต์ในอิสราเอล

ปักกิ่ง--12 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
JA Solar Holdings Co., Ltd. (NASDAQ-NMS: JASO) ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกาศว่า บริษัทได้ส่งมอบโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ให้แก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ashalim ขนาด 250 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าระดับสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่สุดในอิสราเอลที่ใช้โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ PERC ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ของ JA Solar
โครงการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัทไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ Electricite De France S.A. (EDF) และบริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอิสราเอล Clal Sun Ltd. โดยมีบริษัท BELECTRIC ผู้ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงผู้ให้บริการ EPC และ O&M รับหน้าที่เป็นผู้ก่อสร้างโครงการ เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงการนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสราเอลและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก โดยจะช่วยลดระดับการปนเปื้อนและส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่กลางทะเลทรายเนเกฟ โดยประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแสงอาทิตย์ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 35 เมกะวัตต์ ได้เชื่อมกับระบบจำหน่ายไฟไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 และ JA Solar เป็นผู้เดียวที่รับหน้าที่จัดหาโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงเทคโนโลยี PERC ทั้งนี้ JA Solar ถือครองสิทธิบัตรหลักของเทคโนโลยี PERC ที่ทำให้โมดูลมีอัตราการเสื่อมสภาพจากแสงลดลง นอกจากนั้นยังมีประสิทธิภาพการทำงานสูงท่ามกลางทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงและต่ำสุดขั้ว รวมถึงมีรังสีอัลตราไวโอเลตเข้มข้น ซึ่งประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นเครื่องรับประกันศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

คุณเฉา ป๋อ รองประธานบริษัท JA Solar กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง EDF, Clal Sun และ BELECTRIC เพื่อพัฒนาตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในอิสราเอล ซึ่ง JA Solar ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอคุณค่าให้แก่ตลาดอิสราเอล ทั้งยังแสดงถึงนวัตกรรมทางเทคนิคที่มาพร้อมโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงของเรา เราตั้งตารอที่จะร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับโลก ตลอดจนตอบสนองความต้องการของพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลกด้วยบริการและผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์คุณภาพสูงสุด"

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
Sun Xiaorui
โทร.+86-10-63611888 ต่อ 1698
อีเมล: bj.sunxr(at)jasolar.com

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/anpi/2781166

18
TPCH กดปุ่มสตาร์ทโรงไฟฟ้าชีวมวล “สตูล กรีน เพาเวอร์” ตั้งเป้ารายได้ปี 61 ขยายตัว 30%กำลังการผลิตแตะ 200 MW ภายในปี 63

หัวเรือใหญ่ TPCH "กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี" กดปุ่มสตาร์ทเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าชีวมวล "สตูล กรีน เพาเวอร์" ขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว ปักหมุดปี 2561 รายได้โต 30% จากปี 2560 ย้ำเป้าหมายกำลังการผลิตแตะ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 เดินหน้าท้าลุย!!! ร่วมประมูลโครงการ VSPP Semi Firm มั่นใจพร้อมเกินร้อยคาดคว้างานใหม่ได้แน่นอน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่าโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลสตูล กรีน เพาเวอร์ (SGP) กำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล เดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่เสนอขายไฟแล้วทั้งสิ้น 60 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE),โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG ) โรงไฟฟ้าชีวมวล พัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP) และโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างทั้งสิ้น 49 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น 10 เมกะวัตต์ รวมโครงการทั้งสิ้น119 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันยังคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายที่วางไว้

" สตูล กรีน เพาเวอร์ เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 6 ที่บริษัทฯ เดินเครื่องจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตในทิศทางที่ดีอย่างสม่ำเสมอและในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ VSPP Semi Firm ด้วย จากประสบการณ์ทำงานและความพร้อมก็คาดว่าน่าจะได้รับงานดังกล่าวอย่างแน่นอน" นางกนกทิพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนที่จะยื่นประมูลโครงการ VSPP Semi Firm ที่จะเปิดประมูลจำนวน 280 เมกะวัตต์ โดยจะยื่นประมูลประมาณ 80-100 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเข้ายื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ของ อบจ.นนทบุรี กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมทั้งด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากชนะการประมูลโครงการดังกล่าวจะสามารถก่อสร้างได้ทันทีและส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคตอีกด้วย

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/prg/2781026

19


"QTC" คว้างานขายหม้อแปลงไฟฟ้าต่างประเทศ 100 ล้านบาท หนุนงานในมือขยับเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด

นายเรืองชัย กฤษณเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทฯได้มีการทำการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์หม้อแปลง ไฟฟ้าล่าสุดมีออเดอร์จากประเทศแถบเอเชีย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 300 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากต่างประเทศ 100 ล้านบาท และอีก 200 ล้านบาทเป็นยอดขายจากในประเทศ และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด

"ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงในปี 2561 บริษัทฯได้มีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปและเอเชีย โดย QTC เน้นกลยุทธ์บุกตลาดใหม่เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานระดับสากล แข่งขันได้ในทุกตลาดของโลก รวมถึงการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย"

Learn More
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีการศึกษาแผนการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศลาว ที่ได้มีการลงนาม MOU กับบริษัทเอกชนในประเทศลาวในช่วงก่อนนี้ จำนวน 2 เขื่อน มีกำลังผลิตไฟฟ้า 164 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะศึกษาเสร็จในช่วงปลายปี 2561 นี้

สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ L Solar กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี คาดว่าปี2561 จะมีรายได้ประมาณ 140 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯมั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทฯจะมีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวอย่างแน่นอน

20


เดือดร้อนหนัก! ชาวม้งบ้านวังน้ำเย็น จ.ตาก ใช้ชีวิตไร้ไฟฟ้านาน 20 ปี
ชาวบ้านบ้านวังน้ำเย็น ม.8 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เป็นชาวเขาเผ่าม้งที่อพยพมาจากถ้ำกระบอก จ.สระบุรี มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี พ.ศ2540 ร้องเรียน ถึงปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ พร้อมประชุมชาวบ้านประมาณ ม321 หลังคาเรือน เพื่อนำเสนอปัญหาไปยังผู้เกี่ยวข้อง ณ อาคารเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน

โดยหลังจากประชุมแล้วเสร็จ ชาวบ้านวังน้ำเย็นรวมตัวกันกลางหมู่บ้านเพื่อเรียกร้องเพื่อขอใช้ไฟฟ้า และเป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เห็นความสำคัญกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน

นายสุริยัน ทิพย์สุวรรณ นายกอบต.นาโบสถ์ กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2540 ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ได้ถูกอพยพย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดสระบุรี และจังหวัดต่างๆ เข้าจับจองพื้นที่ จนกระทั่งในปี พ. ศ. 2547 ราษฎรประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ และได้รับความเดือดร้อน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน กลางคืนไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า เด็กๆนักเรียนที่กลับจากโรงเรียนต้องทำการบ้าน โดยอาศัยไฟตะเกียงและไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้ความสว่างยามค่ำคืน

ส่วนโรงเรียนบ้านวังน้ำเย็น ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็น มีเด็กนักเรียน จำนวน 189 คน ต้องรวมไปถึงสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากเช่น สื่อการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม และคอมพิวเตอร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 30 เครื่อง ไม่เคยได้เปิดใช้งาน เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและแผงโซล่าเซลล์ที่โรงเรียนมีกำลังไฟไม่เพียงพอต่อการใช้คอมพิวเตอร์แต่ละครั้ง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนของโรงเรียนเพราะกระแสไฟตก





ทั้งนี้เมื่อปี 2547 มีการประชาคมในหมู่บ้านและยื่นเรื่องเสนอขอไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็น หนังสือรายงานดังกล่าวไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตาก แต่เนื่องจากติดปัญหา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่า ประดาง-วังเจ้า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตากจึงจัดสรรงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์แผงโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่มอบให้ชาวบ้านบ้านวังน้ำเย็นได้ใช้เป็นบางส่วนเพื่อบรรเทาปัญหา

เนื่องจากโครงการขยายเขตไฟฟ้ายังไม่สามารถเข้าถึงหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นได้เนื่องจากในการเข้าดำเนินโครงการปักเสาพาดสายไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประดาง-วังเจ้า แต่หมู่บ้านวังน้ำเย็นมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเดิมมี 100 กว่าหลังคาเรือน ปัจจุบันมีการสำรวจใหม่อีกครั้งซึ่งปัจจุบันมีถึง 321 ครัวเรือน ประชากร ประมาณ 2,000 คน ซึ่งถือว่าหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็นนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ลำพังแผงโซล่าเซลล์ไม่เพียงพอ

ที่มา
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_752580

21


กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)
http://www.dpim.go.th/
ตั้งเป้าส่งเสริมและพัฒนาของเสียเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนด้านแร่ โลหะ และสารประกอบโลหะ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม การสร้างการมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ เปิดเผยว่า นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมไทย 4.0 กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการปรับโครงสร้างกระทรวงอุตสาหกรรมที่เน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม การสร้างการมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กพร.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานในฐานะที่เป็นหน่วยงานจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ วัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย และวัตถุดิบขั้นสูงที่เป็นแร่ โลหะ สารประกอบโลหะชั้นคุณภาพสูง เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ดังกล่าวจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบตั้งแต่ที่เป็นแร่ โลหะ สารประกอบจากแร่และโลหะที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพสูง มีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

เรื่องของวัตถุดิบทดแทนที่มาจากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย กพร.ได้ให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อแยกสกัดแร่และโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน หรือที่เรียกกันในหลายประเทศว่า "การทำเหมืองแร่ในเมือง" โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำขยะ วัสดุเหลือใช้ รวมถึงผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ลดหารใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ลดการเกิดขยะและปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนสู่ Zero Waste Society โดยอาศัยจุดแข็งของกรมฯ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแต่งแร่ และด้านเทคโนโลยีโลหการ ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีรีไซเคิล ร่วมดำเนินงานกับที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้วัสดุเหลือใช้และกากของเสียที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเฉลี่ย 50 ล้านตันต่อปี กลายเป็นวัตถุดิบด้านแร่ โลหะ และพลังงานทดแทนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจากการติดตามประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาจากผู้ประกอบการที่ได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีรีไซเคิลจาก กพร. พบว่า ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศจากการลงทุนและการรีไซเคิลของเสียเป้าหมาย 100-130 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบัน กพร.มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขยะหรือของเสียรวม 69 ชนิด โดย 39 ชนิดได้พัฒนาเป็นเทคโนโลยีรีไซเคิลต้นแบบของ กพร. ซึ่งมีศักยภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

และภายในเดือนสิงหาคม 2561 กพร.จะเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลของรัฐแห่งแรกของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และขยายผลไปสู่โรงงานต้นแบบ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล และการจัดการมลพิษที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการ โดยจะสามารถรองรับการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีรีไซเคิลให้แก่ผู้ประกอบการทั้งใน Lab scale และ Pilot scale ได้ไม่น้อยกว่า 200 รายต่อปี

เมืองไทยมีขยะและของเสียเฉลี่ย 50 ล้านตันต่อปี เป็นของเสียจากครัวเรือน 25-26 ล้านตันต่อปี โดยมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ในประเทศเฉลี่ย 70-75% ซึ่งหากสามารถเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของเสียครัวเรือนและอุตสาหกรรมได้อีก 10% และมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขยะหรือของเสียที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรตั้งแต่กิจกรรมกระบวนการที่ก่อให้เกิดของเสีย กระบวนการคัดแยก การจัดเก็บรวบรวม การขนส่ง การรีไซเคิล การบำบัด และการกำจัด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลในประเทศ คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มในประเทศจากการลงทุน นำของเสียเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยกุญแจสำคัญ คือ การสร้างความร่วมมือแบบ 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ด้วยนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เราสามารถเปลี่ยนขยะหรือของเสียดังกล่าวให้เป็นแหล่งทรัพยากรทดแทนที่สำคัญ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตของประเทศได้ดังเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งหลายประเทศไม่มีแหล่งแร่ธรรมชาติ เป็นเป้าหมายในอนาคตของประเทศได้ ซึ่งหลายประเทศไม่มีแหล่งแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ลดการเกิดขยะและปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนสู่ Zero Waste Society.


อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2782569

22

สินเชื่อก้อนใหม่ 5 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.จับลูกค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ล่าสุด ธ.ก.ส.ได้ปล่อยสินเชื่อหนึ่งเอสเอ็มอี หนึ่งตำบล ไปแล้ว 62,000 ล้านบาท และในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ จะปล่อยสินเชื่อครบทุกตำบลรวมเป็นเงิน 72,000 ล้านบาท จึงจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ธ.ก.ส. ขยายโครงการออกไปอีก 3 ปี เพื่อปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีภาคเกษตรวงเงินก้อนใหม่ 50,000 ล้านบาท และจากเดิมปล่อยกู้ 10 ล้านบาทต่อราย เพิ่มเป็น 20 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เนื่องจากมีกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ยังต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม

บอร์ด ธ.ก.ส.ยังเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว เพื่อส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์ หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) ได้มาตรฐานรับรอง เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด การอนุรักษ์ทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ วงเงิน 5,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายคนคิด 6% ต่อปี และลูกค้าสถาบัน MLR-0.5% หรือ 4.5% ปล่อยสินเชื่อได้ถึงปี 2564 และหลังจากที่ ธ.ก.ส.ได้ ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ภายใต้โครงการชำระดีมีคืน ธ.ก.ส.ยังมียอดต้นเงินคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ค.2560 วงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท จำนวน 2.3 ล้านราย รวม 220,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต่อได้ที่:
https://www.thairath.co.th/content/1204900

23


"โซล่าเซลล์" ใครว่ายาก !! LED Expo Thailand 2018 ขอเรียนเชิญเข้าร่วมสัมมนาฟรี !! เรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโซล่าเซลล์ ตั้งแต่วิธีติดตั้งแผงโซล่าเซลล์รูฟท็อปด้วยตัวเอง สู่การประยุกต์ใช้โซล่าเซลล์เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน
โดย อ. ไก่ วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์
ชมรมพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตรและเทคโนโลยี
(at)REATClub
ลงทะเบียนสัมมนา >>> https://goo.gl/forms/6kuOyW7gidNSyA5g1

ภายในงาน LED Expo Thailand 2018 วันที่ 10-12 พ.ค 61 ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
02 833 6341 I siwapornk(at)impact.co.th
www.ledexpothailand.com

FREE !!! Solar cell Conference at LED Expo Thailand 2018
- Basic knowledge of solar cell
- Solar rooftop
- Solar panels for farms and sustainable agriculture
(conducted in Thai)

Register >>> https://goo.gl/forms/6kuOyW7gidNSyA5g1

10 - 12 May 2018, CHALLENGER 1, IMPACT Exhibition Center, Bangkok, Thailand
More information:
+66 (0) 2 833 6341 I siwapornk(at)impact.co.th
www.ledexpothailand.com

24


RATCH ลุยลงทุน 2.5 หมื่นล้าน เตรียมปั้นบริษัทลูกแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนในโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว 15,000 บาท และโครงการใหม่อีก 10,000 ล้านบาท รวมประมาณมากกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งวางแผนจะใช้ทั้งเงินสดคงเหลือในกิจการและเงินทุนจากตลาดการเงิน

โดยปี 2561 บริษัทมีแผนลงทุน 3 ธุรกิจ คือ ผลิตไฟฟ้า โครงสร้างและสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเชื้อเพลิง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการที่สนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะลงทุน 6 โครงการ รูปแบบการลงทุนจะเพิ่มน้ำหนักการซื้อกิจการหรือโครงการที่ดำเนินการแล้ว ตั้งเป้าไว้ที่ 370 เมกะวัตต์ เพื่อให้มีรายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมั่นคงยิ่งขึ้น ส่วนการลงทุนแบบกรีนฟิลด์จะยังดำเนินการต่อเนื่องและคาดหมายเพิ่มการลงทุนให้ได้ 500 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งปัจจุบันอยู่ที่ 7,380 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 8,250 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนแยกบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ออกมาบริหารโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 100-200 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายในปี 2566 จะมีกำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งมีแผนนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อดีข้อเสีย



ส่วนกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์ที่จะเดินเครื่องในปีนี้ มี 2 โครงการในออสเตรเลีย คือ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Collinsville กำลังผลิตติดตั้งตามการถือหุ้น 34 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดจะเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในเดือนก.ค.นี้ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mount Emerald กำลังผลิตติดตั้งตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเดือนก.ย.นี้ ส่งผลให้กำลังผลิตเชิงพาณิชย์รวมของบริษัทเพิ่มเป็น 6,674 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปี 2560 แม้บริษัทมีกำไร 6,107 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% จากปีก่อนมีกำไร 6,166 ล้านบาท แต่ถือว่ายังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา
www.khaosod.co.th/economics/news_754753

25


บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ โชว์ความสำเร็จ เดินหน้า COD โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3

บี.กริม เพาเวอร์ 'BGRIM' หนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชน ทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตามสัญญาให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จำนวน 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา
          นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 'BGRIM' เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลลิ่ง) เพิ่มเติมให้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่ออัพเดตความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3 ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง ตำบลมาบยางพร อำภอเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ขนาดกำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ สามารถเริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้นทุนในการก่อสร้างต่ำกว่างบประมาณวางไว้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่าทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้านบาท
          ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้ บี.กริม เพาเวอร์ 'BGRIM' มีโรงไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 31 โครงการ โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 13 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 1,779 เมกะวัตต์ ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมชั้นนำที่ให้ความไว้วางใจ 'BGRIM' ด้วยระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ รองรับความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมรองรับการขยายตัวเขตพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ 'BGRIM' สามารถเติบโตและเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน นางปรียนาถ กล่าว
 
 
บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 3 จำกัด
   เปิดดำเนินการเเล้ว
ประเภทโรงงาน   โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
กำลังการผลิตไฟฟ้า   133 เมกะวัตต์
กำลังการผลิตไอน้ำ   30 ตัน/ชั่วโมง
ผู้รับเหมา (EPC)   Sumitomo Corporation, Toshiba Plant Systems
ทำเลที่ตั้ง   นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

ที่มา
http://www.bgrimmpower.com/th/power-plants/conventional/12/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0-%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-3-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94

หน้า: [1] 2 3 ... 16