เว็บบอร์ดโซล่าเซลล์ไทยแลนด์ โซล่าปั้ม โซล่ารูฟท็อป Solar cell กังหันลมผลิตไฟฟ้า  พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1


น้ำมันยางนา มาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล พิมาน อ.นาแก
คลิป
https://www.youtube.com/watch?v=je9hD2WV_7A


นครพนม 24 ก.ค.-อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม โชว์ผลงานวิจัยนำน้ำมันยางนามาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล เป็นแบบอย่างให้เกษตรกร เดินตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 สอดคล้องนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

รถไถนาเดินตาม ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลพิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันยางนา ทดแทนน้ำมันดีเซลได้ 2 ปีแล้ว เริ่มแรกทดลองผสมกับน้ำมันดีเซลร้อยละ 50 ก่อนใช้น้ำมันยางนาร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาต่อมา โดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆ และไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ โดยกำลังไม่ตก และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเครื่องยนต์ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้ถึงเท่าตัว เป็นงานวิจัยที่ อบต.พิมาน ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ขณะนี้กำลังวิจัยต่อยอดเพื่อนำไปใช้กับเครื่องยนต์อื่น และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ต้นยางนาที่เจาะเอาน้ำมันได้ มีอายุราว 15-20 ปี ปัจจุบันมีอยู่ในป่าชุมชนดอนย่านาง บ้านพิมานกว่า 300 ต้น บางต้นอายุ 200-300 ปี วิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการนำสว่านไฟฟ้าเจาะลงไปในเนื้อยางนา ความลึกราว 10-20 เซนติเมตร จากนั้นใช้ขวดพลาสติก ที่ต่อกับจุกสายยางเสียบเข้าในเนื้อไม้ ใช้ดินน้ำมันปิดกันรั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน จะได้น้ำมันยางนาเต็มขวดราว 500 มิลลิลิตร แต่ละต้นสามารถเจาะได้หลายจุดในเวลาเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนจุด ให้นำกิ่งยางนามาตอกเข้าไปเพื่อสมานแผล ก็จะคืนสภาพเป็นเนื้อไม้สมบูรณ์ ไม่เป็นการทำลายต้นยางนาแต่อย่างใด

อบต.พิมาน กำลังวางแผนขยายพื้นที่ปลูกยางนาเป็นพลังงานทดแทนในอนาคต ใช้เวลาราว 15 ปี ก็เสมือนมีบ่อน้ำมันบนดินเป็นของตัวเอง และยังได้เพิ่มพื้นที่ป่า ได้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในคราวเดียวกัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

ต.พิมาน เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ของ อ.นาแก จ.นครพนม มาโดยตลอด หวังให้เกษตรกรทั้ง 11 หมู่บ้าน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และอยู่อย่างพอเพียง พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานศูนย์วิจัยน้ำมันยางนา เพื่อช่วยกันปลูกป่า สร้างอาหาร สร้างสิ่งแวดล้อม.-สำนักข่าวไทย
2
อบต.พิมาน อ.นาแก ใช้น้ำมันยางนาเติมรถไถทดแทนดีเชล ได้ 100% เตรียมแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ต่อไป

นายบัญชา ศรีชาหลวง นายกอบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ได้ออกมาโชว์ผลงานการวิจัยนำเอาน้ำมันยางนา มาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล ใช้งานสำหรับเครื่องจักรทำการเกษตร ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เพื่อเป็นการต่อยอดนำภูมิปัญญาชาวบ้าน บวกกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และเป็นการส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกร ให้ลดต้นทุนมากขึ้น สู้วิกฤติน้ำมันแพง




 

ด้าน นายบัญชา เผยว่เนื่องจากในพื้นที่สาธารณะและป่าชุมชน ที่ชาวบ้านเรียกว่า ป่าดอนย่านาง เนื้อที่ กว่า 36 ไร่ มีต้นยางนาจำนวนมาก กว่า 300 ต้น ที่มีการปลูกมาแต่อดีต บางต้นอายุมากกว่า 200 -300 ปี มีขนาดใหญ่ ความสูง กว่า 50 เมตร กลายเป็นต้นทุนสำคัญในการทดลอง ซึ่งใช้เวลามานานกว่า 2 ปี เจ้าหน้าที่นำมาศึกษาวิจัยร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับภูมิปัญญาชาวบ้าน จนประสบความสำเร็จ สามารถเจาะเอาน้ำมันยางนาใส่ในขวดพลาสติก ปล่อยทิ้งไว้แค่ ประมาณ 1 คืน รอการตกตะกอน และสามารถนำไปใช้มาเป็นพลังงานทดแทนกับเครื่องจักรกลการเกษตรได้จริง โดยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถศึกษานำไปทำเองได้ เป็นการลดต้นทุนได้เท่าตัว เริ่มจากการนำน้ำมันยางนามาผสม ในอัตราส่วน 50 เปอร์เซ็นต์กับน้ำมันดีเซล เพื่อทำการทดลองใช้งานจริง และมีการลดปริมาณน้ำมันดีเซลลง ตามอัตราส่วน จนกระทั่งสามารถใช้น้ำมันยางนาทดแทนน้ำมันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร พร้อมได้นำร่องทำแปลงนาต้นแบบ เพื่อนำเครื่องจักรรถไถนาเดินตาม ใช้น้ำมันยางนา ลดต้นทุนทำการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร ได้มาศึกษาเรียนรู้ นำไปขยายผล ใช้ในการลดต้นทุนและเตรียมส่งเสริมขยายพื้นที่ปลูกต้นยางนาให้มากที่สุด ส่วนอัตราการใช้งาน ปกติดีเซล 1 ลิตร ใช้กับรถไถการเกษตรแบบเดินตาม ทำงานได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่น้ำมันยางนา 1 ลิตร สามารถใช้งานไถนาได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ปัจจุบันได้มีการนำผลผลิตแจกจ่ายให้เกษตรกรที่สนใจไปใช้งานแล้ว
3
บ้านปู อินฟิเนอร์จี ชวนสัมผัสนวัตกรรมพลังงาน โซล่าเซลล์ สามมิติ ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัย หนึ่งในบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก นำเสนอนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยบ้านปู อินฟิเนอร์จี ชวนสัมผัสประสบการณ์การทำงานของนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบสามมิติ ผ่านเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) นอกจากนี้ ยังมีโซนอินเตอร์แอคทีฟฟลอร์ (Interactive Floor) ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เยี่ยมชมได้เห็นถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่สามารถพัฒนาให้สอดรับกับแนวคิดของสมาร์ทซิตี้ โดยมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบจอสัมผัส และภาพกราฟฟิกต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สนใจเห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า "การเข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของบ้านปู อินฟิเนอร์จี ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter ของกลุ่มบ้านปูฯ ในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ อีกทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคไปสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืนด้วยโซลูชั่นด้านพลังงานที่มีความเสถียร ราคาไม่แพง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้เห็นถึงศักยภาพของทีมงานบ้านปู อินฟิเนอร์จี ที่พร้อมทั้งในเรื่องนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ และมั่นใจการให้บริการแบบ One Stop Service ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเรา"

นอกจากผู้เข้าร่วมชมงานจะได้รับความรู้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากบ้านปู อินฟิเนอร์จีแล้ว ภายในงานบริษัทฯ ยังจะนำเสนอแพ็คเกจบริการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจรแบบ One Stop Service มีหลากหลายรูปแบบตามผลประโยชน์ที่จะได้รับแตกต่างกัน เพื่อสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม อาทิ แพ็คเกจ Signature Infinergy, Smart Infinergy และ Simple Infinergy โดยเน้นแพ็คเกจ Signature Infinergy ซึ่งนับว่ามีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยที่ลูกค้าไม่ต้องลงทุนค่าติดตั้งหรือค่าอุปกรณ์ พร้อมบริการดูแลรักษาระบบและฟรีอุปกรณ์ตลอดอายุสัญญา และที่สำคัญทุกแพ็คเกจของบ้านปูอินฟิเนอร์จีมีการให้บริการที่ครบวงจรแบบ One Stop Service ที่เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางระบบ ติดตั้งไปจนถึงซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐาน พร้อมกันนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นมือถือ "Infinergy Application" ให้ลูกค้าดูข้อมูลผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และผลประหยัดแบบเรียลไทม์ ในส่วนของบ้านปู อินฟิเนอร์จีเอง มีระบบของคอนโทรลรูมที่สำนักงานใหญ่ ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์ได้ตลอดเวลา พร้อมทีม Call Center ที่พร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่งโมง

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมบูธ Banpu Infinergy ได้ที่ บูธหมายเลข H1 ทางเข้า 103 ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

เกี่ยวกับบ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานแห่งเอเชีย ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมบำรุง สำหรับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนการบริหารจัดการจากการประหยัดค่าไฟฟ้า โดยนำประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานของบ้านปูฯ มากกว่า 30 ปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และความชำนาญจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศจีนและญี่ปุ่น มาต่อยอดเป็นธุรกิจพลังงานสะอาดสำหรับประเทศไทยในอนาคต


ที่มา :
https://www.banpuinfinergy.co.th/
http://www.ryt9.com/s/prg/2834418
4
Jolywood จับมือ Imec พัฒนาโซล่าเซลล์ 2 หน้า

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release

Jolywood (Taizhou) Solar Technology Co. Ltd. ผู้นำด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสองหน้าประเภท N-type ในปริมาณมาก ได้ร่วมมือกับ Imec ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมชั้นนำของโลกในด้านนาโน-อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าสำหรับการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม ด้วยค่าประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ยสูงถึง 21.9% ซึ่งในการร่วมมือกันครั้งนี้ Imec ยังได้นำเสนอเซลล์แสงอาทิตย์ n-PERT ด้านเดียวแบบ screen-printed ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 22.8%



"Jolywood เป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ n-type ในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) ดังนั้นเราจึงพอใจอย่างมากที่ได้ร่วมมือใกล้ชิดกับ Imec ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้าน PV ชั้นนำของโลก" Dr. Zhifeng Liu ผู้อำนวยการด้าน R&D ของ Jolywood กล่าว "เรามีความยินดีที่การพัฒนาโซลาร์เซลล์สองหน้าแบบ n-PERT ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือของเรานั้น มีความก้าวหน้าอย่างดีเยี่ยม และด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่แข็งแกร่งของเราในด้านการขายและการตลาด เราจึงหวังว่าจะได้ถ่ายทอดความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาไปสู่ขั้นตอนการผลิตในเชิงพาณิชย์"

เซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายนั้นจะใช้แถบตัวนำ หรือฟิงเกอร์ (printed silver (Ag) fingers) ขนาดประมาณ 40 ไมครอนบนด้านหน้า และใช้แถบอลูมิเนียม (Al) บนด้านหลัง ซึ่งจะทำให้เซลล์ด้านหลังสัมผัสกับตัวจ่ายแสง หรืออิมิตเตอร์ โดยการใช้ Al แทน AgAl เพื่อการสัมผัสกับตัวจ่ายแสงทางด้านหลังนั้น จะทำให้ต้นทุนต่อเซลล์ลดลงเหลือเพียง 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัตต์สูงสุด (Wp) โดยแผงเซลล์ขนาด M2 (พื้นที่: 244.3 ตารางเซนติเมตร) มีประสิทธิภาพการแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 21.9% และเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีที่สุดมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงถึงกว่า 22.1% ทั้งนี้ ในการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์แบบสองหน้าภายใต้เงื่อนไขการจ่ายแสงด้านหน้าตามมาตรฐาน ร่วมกับการจ่ายแสงอาทิตย์ด้านหลังเพิ่มเติมอีก 0.15 นั้น จะทำให้เซลล์แสงอาทิตย์เหล่านี้แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ประสิทธิภาพสูงถึง 25%

นอกจากนี้ Imec ยังผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ n-PERT ด้านเดียวแบบ screen-printed ซึ่งมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูงถึง 22.8% โดยนับเป็นผลงานที่ก้าวล้ำสำหรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน โมดูล PV ยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดที่จำเป็น และได้รับการรับรองจาก TUV SUD ซึ่งเป็นองค์กรทดสอบผลิตภัณฑ์อันทรงเกียรติของเยอรมนี

Jolywood เป็นผู้นำของโลกในการพัฒนา การผลิต และการทำตลาดเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง บริษัทเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type อันดับหนึ่งในโลก โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ย (LCOE) ในขณะที่ Imec นั้น เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา และศูนย์กลางนวัตกรรมระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นในด้านนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัล

เกี่ยวกับ Imec
Imec เป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมชั้นนำของโลกในด้านนาโน-อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งที่ทำให้ Imec แตกต่างอย่างโดดเด่น คือ การผสมผสานระหว่างความเป็นผู้นำที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในด้านเทคโนโลยีไมโครชิป กับความเชี่ยวชาญอย่างเจาะลึกในด้านซอฟต์แวร์และไอซีที Imec มีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และอาศัยความได้เปรียบจากระบบนิเวศของพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก้าวล้ำ พร้อมรองรับขอบเขตการใช้งานต่าง ๆ อาทิ การดูแลสุขภาพ เมืองอัจฉริยะ การสัญจรอัจฉริยะ การขนส่งและการผลิต และด้านพลังงาน ด้วยการ

เกี่ยวกับ Jolywood
Jolywood (SZ: 300393) เป็นผู้นำโลกในด้านการพัฒนา การผลิต และการทำตลาดวัสดุปิดด้านหลังเซลล์แสงอาทิตย์ (PV backsheet) รวมถึงเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ n-type ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง และโมดูลแบบสองหน้า บริษัท Jolywood (Suzhou) Sunwatt Co. Ltd. (Jolywood Suzhou) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2551 เป็นผู้ผลิต PV backsheet รายใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีกำลังการผลิตปีละกว่า 100 ล้านตารางเมตร ขณะที่ Jolywood (Taizhou) Solar Technology Co. Ltd. (Jolywood Taizhou) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Jolywood Suzhou ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก โดยมีกำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าแบบ N-type ที่ 2.1 กิกะวัตต์ (GW) มาตั้งแต่ปี 2560 ทั้งนี้ ในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ ในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม Jolywood มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจ "นำแสงอาทิตย์มาสู่ชีวิตของมวลมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมง" เพื่อช่วยให้คนทั่วโลกได้อาศัยประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเราใช้ความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตและโลจิสติกส์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jolywood.cn/english.php
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180525/2143523-1
คำบรรยายภาพ: ผลิตภัณฑ์เซลล์แสงอาทิตย์สองหน้าประเภท N-type แบบโมโนคริสตัลไลน์ประสิทธิภาพสูง จาก Jolywood

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/anpi/2833017
5
Google ผุดโปรเจคท์ “Sunroof” ช่วยให้การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ง่ายขึ้น



ทุกวันนี้พลังงานทดแทนกำลังเป็นที่สนใจของผู้คน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้งานได้  แต่แม้จะน่าสนใจเพียงใด  ปัญหาใหญ่ของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็คือการเริ่มต้นติดตั้งแผงโซล่าเซลล์นั่นเอง

หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มติดตั้งโซล่าเซลล์อย่างไร ต้องใช้แผงโซล่าเซลล์กี่อัน แล้วการติดตั้งไปนั้นจะสามารถประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่  คุ้มกับเงินที่ต้องเสียไปหรือไม่  นั่นเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนไม่สามารถเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้
 
ด้วยเหตุนี้เอง ทาง Google จึงได้พัฒนาโปรเจคท์ “Sunroof” ที่จะมาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้  โปรเจคท์ Sunroof นี้จะนำข้อมูลจาก Google Maps มาประยุกต์ใช้แสดงภาพหลังคาบ้าน  ทำให้สามารถคำนวณได้ว่าหลังคาบ้านแต่ละหลังมีขนาดเท่าไร จำเป็นต้องใช้แผงโซล่าเซลล์กี่อัน  และสามารถวิเคราะห์จากตำแหน่งของบ้านได้ว่าจะได้รับแสงอาทิตย์มากน้อยแค่ไหน ทำให้เจ้าของบ้านประหยัดเงินได้เท่าไร  พร้อมแนะนำผู้ให้บริการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่ใกล้เจ้าของบ้านหลังนั้นๆอีกด้วย!

เพียงเท่านี้ น่าจะทำให้หลายๆคนตัดสินใจง่ายขึ้นในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไว้ใช้ในบ้าน  อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้โปรเจคท์ Sunroof ยังใช้ได้เฉพาะคนที่อยู่อาศัยในบอสตัน  ซานฟรานซิสโก  และเฟรสโน เท่านั้น  แต่ทาง Google ก็มีแผนที่จะขยายโปรเจคท์นี้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐ  รวมถึงอาจจะขยายไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลกในอนาคตด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=_BXf_h8tEes

Read More
http://www.bbc.com/news/technology-44303881
https://www.google.com/get/sunroof

ที่มา
https://www.aripfan.com/google-sunroof
7
เคยอ่านครับ เป็นหนังสือที่ได้ความรู้มากๆ
9
สำหรับข้อมูลดีๆ ขอบคุณครับ
10
สถิตอยู่ในใจ ตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า...นิกร  กาญจนเกตุ
หน้า: [1] 2 3 ... 10